
เปิดรับสมัครแล้ว! 2 ทุนมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ 115 ทุน สำหรับน้องปี 1 — ทุนหนึ่งให้ 240,000 บาท “ไม่ดูรายได้ครอบครัว” อีกทุนต้องถ่ายรูปบ้านพร้อมครอบครัวทั้งบ้าน และทำแบบทดสอบ MBTI
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะเปิดรับสมัครทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมกัน 2 โครงการ คือ “ทุนส่งน้องเรียนจบ” (Helping Students to Graduate Scholarship) ซึ่งเปิดรับตั้งแต่ 28 กันยายน 2569 และ “ทุนอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อผู้เรียนดี มีศักยภาพเป็นเลิศ” (Ajinomoto Talent Scholarship หรือ ATS) ซึ่งเปิดรับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 รวมทั้งหมด 115 ทุน โดยทุน ATS ประกาศชัดว่าเป็นทุนให้เปล่า ไม่ต้องคืนเงินทุน และไม่ต้องทำงานใช้ทุนกับมูลนิธิหรือบริษัทหลังเรียนจบ ส่วนระเบียบทุนส่งน้องเรียนจบก็ไม่มีข้อกำหนดให้ใช้คืนหรือทำงานใช้ทุนเช่นกัน
แต่ถ้าอ่านระเบียบการฉบับเต็มครบทุกหน้า จะพบรายละเอียดหลายข้อที่โปสเตอร์ไม่ได้บอก และอาจเป็นตัวชี้ขาดว่าใคร “สมัครได้” หรือ “พลาดทุน” สำนักข่าวการศึกษาไทยสรุปมาให้ครบในบทความนี้
✅ สรุปสั้นใน 1 นาที
- ทุน ATS : 50 ทุน ทุนละ 60,000 บาท/ปี ต่อเนื่อง 4 ปี (รวม 240,000 บาท) เฉพาะนิสิตปี 1 สายวิทย์–วิศวะ ใน 13 มหาวิทยาลัยที่กำหนด ระเบียบไม่ได้กำหนดเพดานรายได้ครอบครัว
- ทุนส่งน้องเรียนจบ : 65 ทุน แบ่งเป็น ปวช.1 15 ทุน (ทุนละ 15,000 บาท) ปวส.1 20 ทุน (ทุนละ 20,000 บาท) และ ป.ตรี ปี 1 30 ทุน (ทุนละ 35,000 บาท) ในสถาบันของรัฐทั่วประเทศ ครอบครัวต้องมีรายได้รวมไม่เกิน 360,000 บาท/ปี
- ปิดรับ : ทุนส่งน้องเรียนจบ อาชีวะ 4 ธ.ค. 2569 / อุดมศึกษา 8 ม.ค. 2570 — ทุน ATS 22 ม.ค. 2570
- สมัครออนไลน์ : scholarship.ajinomotofoundation.or.th
ทุนที่ 1 : ทุนอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อผู้เรียนดี มีศักยภาพเป็นเลิศ (ATS)
ทุนสำหรับนิสิตนักศึกษาที่ “เรียนเก่งและอยากเป็นนักวิจัย–นวัตกร” ในสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร โภชนาการ สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นอกจากเงินทุนแล้ว ผู้รับทุนยังได้เข้าร่วมกิจกรรม STEAM4INNOVATOR, Pitching, Researcher Roadshow ได้พบนักวิจัยเจ้าของผลงาน Ajinomoto Award รวมถึงเวิร์กช็อปเตรียมสู่โลกอาชีพ และเยี่ยมชมโรงงานและศูนย์วิจัยของบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ
| มูลค่าทุน | 60,000 บาท/ปีการศึกษา ต่อเนื่องจนจบ 4 ปี |
| จำนวน | 50 ทุน (กลุ่มที่ 1 : 3 ทุน × 13 สถาบัน = 39 ทุน / กลุ่มที่ 2 : 11 ทุน คัดเพิ่มจากผู้เข้าสัมภาษณ์ที่เกินโควตา) |
| ผู้มีสิทธิ์ | สัญชาติไทย ชั้นปีที่ 1 หลักสูตร 4 ปี ปีการศึกษา 2569 |
| เกรด | GPA ภาค 1/2569 ไม่ต่ำกว่า 3.00 ไม่มี F/U/I และเกรดเฉลี่ย 5 วิชาหลักไม่ต่ำกว่า 3.00 |
| สมัคร | 1 ต.ค. 2569 – 22 ม.ค. 2570 (ออนไลน์) |
13 สถาบันที่เข้าร่วม : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล, มจธ. (พระจอมเกล้าธนบุรี), สจล. (เจ้าคุณทหารลาดกระบัง), มจพ. (พระจอมเกล้าพระนครเหนือ), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยนเรศวร
ทุนที่ 2 : ทุนส่งน้องเรียนจบ ปีที่ 21
ทุนที่มูลนิธิให้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 สำหรับผู้เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในสถาบันการศึกษาของรัฐทั่วประเทศ ทั้งระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ให้ทุนต่อเนื่องจนจบหลักสูตร ระดับอาชีวศึกษาเปิดรับเฉพาะสาขาอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ คหกรรมศาสตร์/อุตสาหกรรมเกษตร และเกษตรกรรม ส่วนระดับ ป.ตรี เปิดรับเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร โภชนาการ สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
| ระดับ | จำนวน | ทุนละ | เกรดภาค 1/2569 | อายุไม่เกิน* |
|---|---|---|---|---|
| ปวช. ปี 1 (3 ปี) | 15 ทุน | 15,000 บาท | ≥ 3.50 | 25 ปี |
| ปวส. ปี 1 (2 ปี) | 20 ทุน | 20,000 บาท | ≥ 3.25 | 25 ปี |
| ป.ตรี ปี 1 (4 ปี) | 30 ทุน | 35,000 บาท | ≥ 3.15 | 30 ปี |
* นับอายุ ณ วันที่ 1 มกราคม 2570 / ทุกระดับ ครอบครัวหรือผู้อุปการะต้องมีรายได้รวมไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี
10 เรื่องที่โปสเตอร์ไม่ได้บอก แต่อยู่ในระเบียบการ
1. ทุน 240,000 บาท ที่ระเบียบไม่ได้ถามรายได้ครอบครัว
หลายคนเห็นคำว่า “ทุนการศึกษา” แล้วคิดว่าต้องเป็นครอบครัวที่ขาดแคลนเท่านั้น แต่ระเบียบทุน ATS ไม่มีข้อกำหนดเรื่องเพดานรายได้ครอบครัวเลย เกณฑ์หลักคือผลการเรียน ความสามารถภาษาอังกฤษ และศักยภาพด้านวิจัย–นวัตกรรม ต่างจากทุนส่งน้องเรียนจบที่กำหนดรายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาท) ชัดเจน
2. 13 มหาวิทยาลัย โควตาแค่ 3 ที่นั่งต่อแห่ง
ทุน ATS ไม่ได้เปิดให้ทุกมหาวิทยาลัย และด่านแรกไม่ได้อยู่ที่มูลนิธิ แต่อยู่ที่ “มหาวิทยาลัยของตัวเอง” ซึ่งจะคัดเอกสารแล้วส่งชื่อได้แห่งละไม่เกิน 12 คน มูลนิธิจะตรวจสอบคุณสมบัติซ้ำอีกครั้ง จากนั้นผลสอบรอบคัดเลือก (Pre-Screen) จะคัดผู้เข้ารอบสัมภาษณ์ไม่เกิน 9 คนตามที่ระเบียบกำหนด ขณะที่โควตากลุ่มที่ 1 มีแห่งละ 3 ทุน ส่วนอีก 11 ทุน (กลุ่มที่ 2) มูลนิธิจะคัดจากผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่เกินโควตาของทุกสถาบันรวมกัน แปลว่าคนเก่งจากมหาวิทยาลัยที่แข่งขันสูงยังมีลุ้นรอบสอง
3. บริษัทอาหาร แต่เรียนวิศวะไฟฟ้า หุ่นยนต์ กายภาพบำบัด ก็สมัครได้
ชื่ออายิโนะโมะโต๊ะทำให้หลายคนคิดว่าต้องเรียนอาหารหรือเคมีเท่านั้น แต่รายชื่อสาขาในระเบียบกว้างกว่านั้นมาก ฝั่งวิศวะมีทั้งวิศวกรรมไฟฟ้า เครื่องกล อุตสาหการ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ นาโนเทคโนโลยี ส่วนฝั่งสุขภาพมีกายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์ รังสีเทคนิค กิจกรรมบำบัด สาธารณสุขศาสตร์ วิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงเกษตร ประมง ป่าไม้ และวิทยาศาสตร์ทางทะเล (สำหรับทุน ATS สาขาวิศวกรรมมีเงื่อนไขเพิ่มว่าสาขาที่สังกัดต้องทำงานวิจัยหรือนวัตกรรมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในหัวข้อเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ สุขภาพ หรือสิ่งแวดล้อม) ทุนส่งน้องเรียนจบระดับ ป.ตรี ยังเพิ่มสาขาอย่างวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง วิทยาศาสตร์สุขภาพและความงาม ฉุกเฉินการแพทย์ และเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกด้วย
4. เด็กบัญชี การตลาด โลจิสติกส์ เลขานุการ ก็มีทุน
ทุนส่งน้องเรียนจบระดับอาชีวศึกษาเปิดรับสาขาพาณิชยกรรมด้วย ได้แก่ บัญชี การเงิน การจัดการ การตลาด โลจิสติกส์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ และเลขานุการ รวมถึงสาขาอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ คหกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร และเกษตรกรรม
5. ทุน ATS วัดเกรดแยก 5 วิชาหลัก รวม “ภาษาอังกฤษ”
นอกจาก GPA รวมไม่ต่ำกว่า 3.00 แล้ว ยังต้องมีเกรดเฉลี่ย 5 วิชาหลัก คือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ ไม่ต่ำกว่า 3.00 ด้วย โดยนับเฉพาะวิชาที่ลงทะเบียนตามหลักสูตร วิชาที่ไม่ได้ลงจะไม่นำมาคำนวณ เกรดดีรวมแต่ภาษาอังกฤษหรือฟิสิกส์ฉุดค่าเฉลี่ย ก็อาจตกรอบได้ ใครมีใบรับรองผลสอบภาษาอังกฤษให้แนบไปด้วย
6. ต้องถ่ายรูปบ้าน “พร้อมสมาชิกทุกคนในครอบครัว”
ทุนส่งน้องเรียนจบกำหนดให้แนบภาพบ้านที่อาศัยอยู่จริง 2–4 รูป ได้แก่ ภาพหน้าบ้านที่เห็นทั้งหลังพร้อมสมาชิกทุกคนในครอบครัว และภาพภายในบ้านมุมกว้างที่เห็นได้มากที่สุด ถ้าอยู่หอพักหรือห้องเช่า ต้องถ่ายทั้งห้องพักปัจจุบันและบ้านของผู้ปกครอง ใครอยู่ไกลบ้านควรวางแผนกลับไปถ่ายรูปให้ทันก่อนปิดรับ
7. มีแบบทดสอบบุคลิกภาพ MBTI ในรอบคัดเลือก
ผู้ผ่านรอบเอกสารของทุนส่งน้องเรียนจบต้องรายงานตัวด้วยการทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ MBTI ตามที่มูลนิธิกำหนดและส่งหลักฐานกลับไป จากนั้นสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์เบื้องต้นทางโทรศัพท์หรือ LINE Video Call ก่อนเข้าสัมภาษณ์รอบสุดท้ายกับคณะกรรมการผ่าน Zoom ส่วนทุน ATS ใช้การสอบรอบคัดเลือก (Pre-Screen) ก่อนสัมภาษณ์ โดยกลุ่มที่ 1 สัมภาษณ์โดยกรรมการมูลนิธิร่วมกับผู้แทนมหาวิทยาลัย และกลุ่มที่ 2 คัดเลือกโดยทีมงานมูลนิธิ
8. อายุ 30 ก็ยังเป็น “น้อง” ได้
แม้ชื่อทุนจะเป็น “ทุนส่งน้องเรียนจบ” แต่ระดับ ป.ตรี รับผู้สมัครอายุไม่เกิน 30 ปี และระดับอาชีวศึกษาไม่เกิน 25 ปี (นับ ณ 1 ม.ค. 2570) ผู้ที่กลับมาเรียนช้ากว่าเพื่อนหรือเคยพักการเรียนไปทำงานจึงยังมีสิทธิ์ ขอเพียงเป็นนักศึกษาปี 1 ในปีการศึกษา 2569
9. “ให้เปล่า ไม่ผูกมัด” หลังจบ แต่ระหว่างเรียนมีการบ้าน
ไม่ต้องใช้ทุนหลังเรียนจบก็จริง แต่ระหว่างรับทุนต้องรักษา GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 (ทุน ATS ต้องไม่มีเกรด F หรือ U ด้วย ส่วนทุนส่งน้องเรียนจบ หาก GPAX ต่ำกว่าเกณฑ์ มูลนิธิจะพิจารณาเป็นรายกรณีว่าจะให้ทุนต่อหรือระงับ) เรียนจบตามเวลาหลักสูตร ทำกิจกรรมของคณะหรือสถาบันอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้งแล้วรายงานมูลนิธิ เข้าร่วมกิจกรรมของมูลนิธิไม่น้อยกว่า 80% และที่หลายคนไม่รู้คือ ต้องมีผลงานวิจัยหรือผลงานประกวดแข่งขันอย่างน้อย 1 ชิ้นก่อนเรียนจบ (ทุนส่งน้องเรียนจบกำหนดระดับระหว่างสถาบันหรือระดับจังหวัดขึ้นไป) ส่วนเงินทุนจ่ายปีละครั้ง และผู้รับทุนต้องไปร่วมพิธีมอบทุนด้วยตนเอง โดยผู้รับทุนปีแรกและปีสุดท้ายร่วมพิธีที่กรุงเทพฯ
10. ได้ทุนแล้ว กู้ กยศ. ค่าเล่าเรียนได้แค่ “ส่วนต่าง”
ทั้ง 2 ทุนยอมให้กู้ กยศ. ควบคู่ได้ แต่เงินทุนจัดเป็น “ค่าใช้จ่ายทางการศึกษา” ผู้รับทุนจึงกู้ กยศ. ในส่วนค่าใช้จ่ายทางการศึกษาได้เฉพาะส่วนที่เกินจากเงินทุนเท่านั้น และห้ามรับทุนต่อเนื่องจากแหล่งอื่น ยกเว้นทุนช่วยเหลือจากสถาบันแบบไม่ต่อเนื่อง ใครกำลังรับทุนต่อเนื่องอื่นอยู่ต้องตัดสินใจก่อนสมัคร
เทียบ 2 ทุนแบบหมัดต่อหมัด
| ประเด็น | ทุน ATS | ทุนส่งน้องเรียนจบ |
|---|---|---|
| แนวคิดทุน | เรียนเก่ง + ศักยภาพวิจัย/นวัตกรรม | เรียนดี + ขาดแคลนทุนทรัพย์ |
| รายได้ครอบครัว | ไม่ได้กำหนดในระเบียบ | ไม่เกิน 360,000 บาท/ปี |
| สถาบัน | 13 มหาวิทยาลัยที่กำหนด | สถาบันของรัฐทั่วประเทศ |
| ระดับ | ป.ตรี ปี 1 | ปวช.1 / ปวส.1 / ป.ตรี ปี 1 |
| ด่านแรก | มหาวิทยาลัยคัดเอกสาร ส่งได้ไม่เกิน 12 คน | มูลนิธิคัดเอกสารเอง |
| จุดเด่นรอบคัดเลือก | สอบ Pre-Screen + สัมภาษณ์ (กลุ่มที่ 1 มีผู้แทนมหาวิทยาลัยร่วมเป็นกรรมการ) | MBTI + ข้อเขียน + สัมภาษณ์โทรศัพท์/LINE + Zoom |
| พิธีมอบทุน | 6 มี.ค. 2570 | 27 ก.พ. 2570 |
นับหลักฐานกันชัด ๆ ต้องเตรียมกี่ชิ้น
ทุน ATS — เอกสารบังคับ 6 รายการ + ไม่บังคับ 3 รายการ
- แบบฟอร์มใบสมัคร (ลงนามรับรองข้อมูล)
- แบบฟอร์มรับรองความประพฤติ (อาจารย์ลงความเห็นและลงนาม)
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาบัตรประจำตัวนิสิตนักศึกษา
- สำเนาใบเกรด/ทรานสคริปต์ ภาค 1/2569
- สำเนาทะเบียนบ้าน (หน้าที่มีชื่อผู้สมัคร)
- (ถ้ามี) ใบรับรองผลสอบภาษาอังกฤษ / เอกสาร กยศ. / แฟ้มผลงาน
ทุนส่งน้องเรียนจบ — เอกสารบังคับ 8 รายการ (รวมรูปบ้าน 2–4 ภาพ) + ไม่บังคับ 2 รายการ
- แบบฟอร์มใบสมัคร (ลงนามรับรองข้อมูล)
- แบบฟอร์มรับรองความประพฤติ (อาจารย์ลงความเห็นและลงนาม)
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาบัตรนักศึกษา หรือหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา
- สำเนาทรานสคริปต์/ใบรับรองผลการเรียน ปีการศึกษา 2569
- สำเนาใบเสร็จค่าเทอม/ค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
- สำเนาทะเบียนบ้าน (หน้าที่มีชื่อผู้สมัคร)
- ภาพถ่ายบ้านและครอบครัว 2–4 รูป
- (ถ้ามี) เอกสาร กยศ. ที่สรุปยอดกู้ทุกปี / แฟ้มผลงานย้อนหลัง 3 ปี
นอกจากนี้ทั้ง 2 ทุนต้องอัปโหลดรูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ทุน ATS ต้องเป็นรูปชุดนิสิตนักศึกษา) และแบบฟอร์มยินยอมตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ลงชื่อแล้ว ในขั้นตอนเข้าสู่ระบบครั้งแรกหลังยืนยันอีเมล ใครมีผลงานวิจัย นวัตกรรม หรือโครงงานวิทยาศาสตร์ตั้งแต่สมัยมัธยม ควรแนบแฟ้มผลงาน เพราะทั้ง 2 ทุนระบุว่าจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
📅 ปฏิทินสำคัญ
ทุนส่งน้องเรียนจบ — ระดับอาชีวศึกษา
- รับสมัคร : 28 ก.ย. – 4 ธ.ค. 2569
- ประกาศผู้เข้ารอบคัดเลือก : 11 ธ.ค. 2569 / รอบคัดเลือก : 16–18 ธ.ค. 2569
- ประกาศผู้เข้าสัมภาษณ์ : 23 ธ.ค. 2569 / สัมภาษณ์ : 6–8 ม.ค. 2570
ทุนส่งน้องเรียนจบ — ระดับอุดมศึกษา
- รับสมัคร : 28 ก.ย. 2569 – 8 ม.ค. 2570
- ประกาศผู้เข้ารอบคัดเลือก : 15 ม.ค. 2570 / รอบคัดเลือก : 20–22 ม.ค. 2570
- ประกาศผู้เข้าสัมภาษณ์ : 27 ม.ค. 2570 / สัมภาษณ์ : 3–5 ก.พ. 2570
- ประกาศผลทุกระดับ : 10 ก.พ. 2570 / พิธีรับทุน : 27 ก.พ. 2570
ทุน ATS
- รับสมัครออนไลน์ : 1 ต.ค. 2569 – 22 ม.ค. 2570
- ส่งเอกสารต้นฉบับให้มหาวิทยาลัย : 25 ม.ค. 2570
- ประกาศผู้เข้า Pre-Screen : 27 ม.ค. 2570 / สอบ Pre-Screen : 28 ม.ค. – 3 ก.พ. 2570
- ประกาศผู้เข้าสัมภาษณ์ : 5 ก.พ. 2570 / สัมภาษณ์รอบสุดท้าย : 15–23 ก.พ. 2570
- ประกาศผล : ก.พ. 2570 / พิธีมอบทุน : 6 มี.ค. 2570
⚠️ ข้อควรระวัง พลาดแล้วหมดสิทธิ์
- กด “ส่งใบสมัคร” แล้วยังไม่จบ ต้องดาวน์โหลดชุดใบสมัคร PDF ลงนาม ให้อาจารย์หัวหน้าภาค/อาจารย์ที่ปรึกษา/ผู้ดูแลทุนลงความเห็นรับรอง แล้วทั้งอัปโหลดขึ้นระบบและส่งต้นฉบับให้หน่วยงานทุนของสถาบัน จึงถือว่าสมัครสมบูรณ์
- วันปิดรับทุนส่งน้องเรียนจบ คือวันที่สถาบันต้องส่งเอกสารถึงมูลนิธิ (อาชีวะ 4 ธ.ค. 2569 / อุดมศึกษา 8 ม.ค. 2570) ควรส่งเอกสารให้ฝ่ายทุนของสถาบันล่วงหน้า ไม่ควรรอวันสุดท้าย
- ต้องรอเกรดภาค 1/2569 ทั้ง 2 ทุนใช้ผลการเรียนเมื่อสิ้นภาคเรียนที่ 1/2569 เป็นเกณฑ์
- ถอนความยินยอมเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล = หมดสิทธิ์ ทุน ATS ระบุไว้ทั้งช่วงสมัครและช่วงรับทุน ส่วนทุนส่งน้องเรียนจบระบุไว้ในช่วงรับทุน
- เอกสารไม่คืน มูลนิธิจะทำลายเอกสารของผู้ไม่ผ่านการพิจารณาภายใน 90 วันหลังจบกระบวนการ ควรเก็บสำเนาไว้เอง
- สนใจทั้ง 2 ทุน? ระเบียบไม่ได้ระบุชัดว่าสมัครพร้อมกันได้หรือไม่ ควรสอบถามมูลนิธิก่อน เพราะผู้รับทุนจะรับทุนต่อเนื่องอื่นพร้อมกันไม่ได้
สมัครที่ไหน ติดต่อใคร
สมัครออนไลน์ได้ทั้ง 2 ทุนที่ scholarship.ajinomotofoundation.or.th โดยเลือกประเภท “นักเรียน/นักศึกษาสมัครขอทุนใหม่” หรือขอรับระเบียบการได้จากหน่วยงานทุนการศึกษาของคณะหรือสถาบัน
- มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ 487/1 อาคารศรีอยุธยา ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
- โทร. 0-2247-9547 (สายตรง), 084-320-6291, 082-614-1914 (คุณวลัยลักษณ์), 081-145-2780 (คุณภวันนี) — วันจันทร์–ศุกร์ 08.00–11.30 น. และ 12.30–17.00 น.
- อีเมล afscholarship@ajinomotofoundation.or.th
- เฟซบุ๊กทุน ATS : facebook.com/atsscholarship
- เฟซบุ๊กทุนส่งน้องเรียนจบ : facebook.com/AFHSGscholarship
ที่มา : ระเบียบการให้ทุนโครงการ “ทุนอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อผู้เรียนดีมีศักยภาพเป็นเลิศ” ประจำปีการศึกษา 2569 และระเบียบการให้ทุนการศึกษาโครงการ “ทุนส่งน้องเรียนจบ” ประจำปีการศึกษา 2569 (ประกาศ ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569) มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ