รู้จัก “โรงเรียนช่างฝีมือทหาร” เรียนฟรีมีเบี้ยเลี้ยง จบ ปวช. แล้วบรรจุรับราชการทหาร เจาะลึกครบทุกขั้นตอนการสมัคร
สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังจะจบชั้น ม.3 และอยากเรียนสายช่างควบคู่ไปกับเส้นทางรับราชการ “โรงเรียนช่างฝีมือทหาร” (Military Technical Training School: MTTS) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะนักเรียนได้เบี้ยเลี้ยงระหว่างเรียน มีที่พักให้ รักษาพยาบาลฟรี และเมื่อเรียนจบจะได้วุฒิ ปวช. พร้อมบรรจุเข้ารับราชการในกองทัพทันที บทความนี้รวบรวมข้อมูลทุกด้านจากระเบียบการรับสมัครฉบับทางการของโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 มาไว้ในที่เดียว
สรุปสาระสำคัญ
- สังกัดสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2503
- หลักสูตร ปวช. 3 ปี รับผู้จบ ม.3 เปิดสอน 7 สาขาวิชาชีพ
- รับเฉพาะ ชายโสด อายุ 15–18 ปี เกรดเฉลี่ย ม.ต้น ไม่ต่ำกว่า 2.00
- ระหว่างเรียนได้ เบี้ยเลี้ยงวันละ 111 บาท ค่าวัสดุฝึก ที่พัก และรักษาพยาบาลฟรี
- จบแล้ว บรรจุรับราชการ ในกองทัพบก เรือ อากาศ หรือกองบัญชาการกองทัพไทย เงินเดือนเริ่มต้น 11,400 บาท
- ปีที่ผ่านมาเปิดรับสมัครออนไลน์ช่วง มกราคม–กุมภาพันธ์ ทาง www.mtts.ac.th
ประวัติและความเป็นมา
โรงเรียนช่างฝีมือทหารเป็นสถานศึกษาในสังกัดสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลีย ภายใต้สนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียอาคเนย์ (สปอ.) เพื่อผลิตช่างฝีมือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพป้อนกองทัพไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 เป็นต้นมา
ปัจจุบันโรงเรียนใช้ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ โรงเรียนช่างฝีมือทหาร พ.ศ. 2565 ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มุ่งผลิตช่างที่มีทักษะวิชาชีพ มีระเบียบวินัย บุคลิกภาพและลักษณะทางทหาร ตรงตามความต้องการของส่วนราชการในกระทรวงกลาโหมและตลาดแรงงาน
ที่ตั้งโรงเรียน: ซอยพหลโยธิน 30 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
หลักสูตรและ 7 สาขาวิชาชีพ
หลักสูตรใช้เวลาเรียน 3 ปี จุดเด่นคือ ภาคเรียนที่ 1 นักเรียนทุกคนเรียนพื้นฐานของทุกสาขา ก่อน แล้วจึงเลือกสาขาตามความถนัดในภาคเรียนที่ 2 โดยใช้ผลการเรียนภาคเรียนแรกจัดลำดับสิทธิ์ในการเลือก ดังนั้นการตั้งใจเรียนตั้งแต่เทอมแรกจึงสำคัญมาก
| สาขาวิชาชีพ (รหัส) | เรียนอะไรบ้าง |
|---|---|
| 1. ช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล (ชบ.) | อ่านและเขียนแบบ บำรุงรักษาและซ่อมเครื่องจักรในโรงงาน ติดตั้งเครื่องจักร ระบบปั๊มและท่อ เครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ทดสอบสมรรถนะเครื่องจักร |
| 2. ช่างกลโรงงาน (ชก.) | งานเครื่องมือกลทุกชนิด เช่น กลึง กัด ไส เจียระไน เจาะ คว้าน อบชุบ วัดละเอียด ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร และวิเคราะห์สาเหตุการชำรุด |
| 3. ช่างเชื่อมโลหะ (ชล.) | เชื่อมอาร์ก เชื่อมแก๊ส เชื่อมมิก เชื่อมอัตโนมัติ เชื่อมพลาสติก งานโลหะแผ่น ระบบท่อ โครงสร้างเหล็กและอะลูมิเนียม ตรวจสอบแนวเชื่อม รวมถึง งานเชื่อมและตัดใต้น้ำ |
| 4. ช่างยานยนต์ (ชย.) | เครื่องยนต์แก๊สโซลีนและดีเซล ระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง ไฟฟ้ารถยนต์ แอร์รถยนต์ เครื่องยนต์เล็ก จักรยานยนต์ เคาะตัวถังและทำสี งานกู้ซ่อม และการขับขี่ |
| 5. ช่างไฟฟ้ากำลัง (ชฟ.) | ไฟฟ้าภายในและภายนอกอาคาร ไฟฟ้าอุตสาหกรรม เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลง ซ่อมและทดสอบมอเตอร์ ควบคุมมอเตอร์ด้วยโปรแกรม เครื่องทำความเย็น |
| 6. ช่างอิเล็กทรอนิกส์ (ชอ.) | ซ่อม ปรับแต่ง ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สื่อสารโทรคมนาคม ระบบภาพและเสียง กล้องวงจรปิด โทรทัศน์ดิจิทัล โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม |
| 7. ช่างเมคคาทรอนิกส์ (ชม.) | เขียนและอ่านแบบเทคนิค งานเครื่องมือกลเบื้องต้น ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกลไฟฟ้า นิวแมติกส์และไฮดรอลิกส์ ระบบควบคุม และซ่อมบำรุงเบื้องต้น |
สวัสดิการและสิทธิประโยชน์
ระหว่างเรียน
- ทางราชการจ่าย เบี้ยเลี้ยงวันละ 111 บาท
- ทางราชการจ่าย ค่าวัสดุฝึก ให้
- มี ที่พักในโรงเรียน (เป็นนักเรียนประเภทอยู่ประจำ)
- รักษาพยาบาลฟรี
- เรียนวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.00–16.30 น.
เมื่อสำเร็จการศึกษา
- ได้รับวุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
- บรรจุเข้ารับราชการ ในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพไทย หรือส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม
- เงินเดือนเริ่มต้นระดับ ป.1 ขั้น 20.5 (11,400 บาท)
- เรียนต่อวิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือสถาบันอื่นได้ โดยขออนุญาตจากหน่วยต้นสังกัด
ค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องเตรียม (ประมาณการ)
แม้จะมีเบี้ยเลี้ยง แต่นักเรียนยังต้องเสียค่าใช้จ่ายขั้นต้น ซึ่งก้อนใหญ่ที่สุดอยู่ที่ปีแรก
| ชั้นปี | ภาคต้น | ภาคปลาย |
|---|---|---|
| ชั้นปีที่ 1 | 46,145 บาท | 1,750 บาท |
| ชั้นปีที่ 2 | 3,680 บาท | 1,750 บาท |
| ชั้นปีที่ 3 | 3,680 บาท | 1,750 บาท |
| รวมตลอดหลักสูตร | ประมาณ 58,755 บาท | |
* ตัวเลขเป็นการประมาณการตามระเบียบการปีการศึกษา 2569 อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวการณ์
คุณสมบัติผู้สมัคร
- จบ ม.3 หรือเทียบเท่า และมี เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 (ผู้ที่กำลังเรียน ม.3 เทอมสุดท้ายสมัครได้ โดยใช้หนังสือรับรองรอผลการสอบ)
- เป็น ชายโสด อายุตามประเภทผู้สมัคร
- บุคคลทั่วไป: อายุ 15–18 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ 1 เมษายนของปีที่เข้าศึกษา (ปีการศึกษา 2569 รับผู้เกิด 1 เม.ย. 2551 – 31 มี.ค. 2554)
- ข้าราชการกลาโหมหรือพนักงานราชการในสังกัดกลาโหม: อายุไม่เกิน 21 ปีบริบูรณ์ พร้อมหนังสืออนุญาตจากต้นสังกัด
- ทหารกองประจำการที่สมัครใจโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) และไม่ใช้สิทธิลดวันรับราชการ: อายุไม่เกิน 23 ปีบริบูรณ์ และต้องปลดประจำการก่อนเข้าเป็นนักเรียน
- มีสัญชาติไทย และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด (มีข้อยกเว้นกรณีบิดาเป็นทหารหรือตำรวจที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด)
- มีร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหาร ไม่เป็นโรคตามที่กฎกระทรวงกำหนด
- ประพฤติเรียบร้อย เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- มีผู้ปกครองและผู้ค้ำประกันที่รับผิดชอบพันธกรณีตามสัญญาได้
- ไม่เคยถูกปลดหรือไล่ออกจากราชการหรือองค์กรใด ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด (ยกเว้นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ) และไม่เสพยาเสพติด
เกณฑ์ร่างกายขั้นต่ำ
| อายุ (ปี) | ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า (ซม.) | น้ำหนักไม่ต่ำกว่า (กก.) | รอบอก หายใจเข้า/ออก (ซม.) |
|---|---|---|---|
| 15 | 157 | 43 | 75 / 72 |
| 16 | 160 | 45 | 76 / 73 |
| 17 | 161 | 47 | 77 / 74 |
| 18 ขึ้นไป | 162 | 48 | 78 / 75 |
นอกจากนี้ต้องมีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ระหว่าง 16–30 และไม่มีโรคหรือความผิดปกติตามที่ระเบียบการกำหนด ข้อที่น้อง ๆ มักพลาด ได้แก่ ห้ามมีรอยสัก สายตาเมื่อไม่ใส่แว่นต้องไม่ต่ำกว่า 6/18 และเมื่อใส่แว่นต้องได้ 6/6 ห้ามตาบอดสี ไม่มีฟันผุที่ยังไม่ได้อุด ไม่มีไส้เลื่อน ไม่เป็นโรคหอบหืด และไม่มีผลตรวจไวรัสตับอักเสบบีเป็นบวก
วิธีสมัครและค่าธรรมเนียม
สมัครทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นที่ www.mtts.ac.th เมนู “สมัครสอบ” โดยเลือกประเภทการสมัครได้ 2 แบบ
- สมัครภาคปกติ รวม 550 บาท (ค่าสมัคร 500 + ค่าธรรมเนียมธนาคาร 30 + ค่า SMS 20)
- สมัครทั้งภาคปกติและภาคสมทบ รวม 1,050 บาท (ค่าสมัคร 1,000 + 30 + 20) ทั้งสองภาคใช้ข้อสอบชุดเดียวกันและสอบวันเดียวกัน
ชำระเงินได้ 3 ช่องทาง คือ เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา แอป Krungthai NEXT หรือแอปเป๋าตังด้วย QR Code การสมัครจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อชำระเงินแล้วเท่านั้น และ ค่าสมัครจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด ผู้สมัครต้องเตรียมรูปถ่าย ใบ ปพ.1 หรือหนังสือรับรองผลการเรียน และเอกสารอื่นตามประเภทการสมัครเป็นไฟล์ดิจิทัล
คะแนนพิเศษที่ควรรู้
- สอบวิชาทหาร (รด.) ได้ชั้นปีที่ 1 / 2 / 3 ได้เพิ่ม 3% / 4% / 5% ของคะแนนรวม (ใช้ใบรับรองการสำเร็จวิชาทหารเท่านั้น ใบรับรองว่ากำลังศึกษาใช้ไม่ได้)
- บุตรของทหาร ข้าราชการ หรือลูกจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการรบ สงคราม การปราบปรามจลาจล หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งได้นับเวลาราชการทวีคูณ ได้เพิ่ม 5%
- บุตรของผู้ที่ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือได้รับเหรียญกล้าหาญ ได้เพิ่ม 10%
สิทธิ์ข้อ 2 และ 3 ใช้ได้เพียงข้อที่ให้คะแนนสูงสุดข้อเดียว แต่บวกรวมกับคะแนน รด. ได้ โดยต้องแนบเอกสารเป็นไฟล์ PDF ไฟล์เดียวผ่านระบบรับสมัครภายในวันปิดรับสมัคร
การสอบคัดเลือก
รอบที่ 1: สอบภาควิชาการ (400 คะแนน)
ข้อสอบปรนัย ออกในขอบเขตเนื้อหา ม.1–ม.3 ได้แก่ คณิตศาสตร์ 100 คะแนน วิทยาศาสตร์ 100 คะแนน ภาษาอังกฤษ 100 คะแนน และภาษาไทยรวมสังคมศึกษา 100 คะแนน สอบที่ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต จังหวัดปทุมธานี
- ไม่ต้องนำเครื่องเขียนไป โรงเรียนเตรียมดินสอ 2B และยางลบไว้ให้
- แต่งกายด้วย เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงวอร์มขายาวสีเข้ม รองเท้าแตะแบบคีบ ไม่สวมเครื่องประดับ
- ต้องนำ บัตรประจำตัวสอบและบัตรประชาชนตัวจริง ไปทั้งสองอย่าง ควรไปถึงก่อน 11.00 น. หากสายเกิน 30 นาทีหมดสิทธิ์สอบ
รอบที่ 2: ตรวจร่างกาย สัมภาษณ์ และสอบพลศึกษา
- ตรวจร่างกาย ที่โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ค่าตรวจ 790 บาท ผลของคณะกรรมการแพทย์ถือเป็นที่สุด และไม่รับใบรับรองแพทย์จากที่อื่น
- สัมภาษณ์ท่วงทีวาจา ประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บุคลิกภาพ เชาวน์ปัญญา และทัศนคติต่อการเป็นทหาร แต่งกายชุดนักเรียน ห้ามสวมรองเท้าแตะ
- สอบพลศึกษา 4 สถานี (400 คะแนน) ที่สนาม Mini Stadium มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ให้เตรียมกางเกงกีฬาขาสั้นและรองเท้าผ้าใบ
| สถานี | เกณฑ์ที่ได้คะแนนเต็ม 100 |
|---|---|
| ดึงข้อ | 10 ครั้ง (ครั้งละ 10 คะแนน) |
| ลุกนั่ง (ภายใน 2 นาที) | 34 ครั้ง |
| ดันพื้น (ภายใน 2 นาที) | 22 ครั้ง |
| วิ่ง 800 เมตร | ไม่เกิน 3 นาที 15 วินาที (เกิน 3:49 นาที ได้ 0 คะแนน) |
เกณฑ์ตัดสิน: คิดคะแนนวิชาการ 80% รวมกับพลศึกษา 20% แล้วเรียงลำดับจากมากไปน้อย หากคะแนนเท่ากันจะดูคะแนนวิชาการ และเทียบรายวิชาตามลำดับ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย/สังคมศึกษา ผู้ที่ขาดการตรวจร่างกาย สัมภาษณ์ หรือสอบพลศึกษา ถือว่าสละสิทธิ์
ไทม์ไลน์การรับสมัคร ปีการศึกษา 2569 (ใช้อ้างอิงสำหรับปีถัดไป)
- 5 ม.ค. – 18 ก.พ. 2569 สมัครออนไลน์และชำระเงิน (ไม่เกิน 22.00 น.)
- 26 ก.พ. – 8 มี.ค. 2569 พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ
- 8 มี.ค. 2569 สอบภาควิชาการ เวลา 13.00–16.00 น.
- 16 มี.ค. 2569 ประกาศผลสอบภาควิชาการ เวลา 19.00 น.
- 20 มี.ค. 2569 ตรวจร่างกายและสอบสัมภาษณ์
- 21 มี.ค. 2569 สอบพลศึกษา (รายงานตัว 06.00 น.)
- 8 เม.ย. 2569 ประกาศผลสอบรอบสุดท้าย
- 25 เม.ย. 2569 ทำสัญญาและประกาศรายชื่อสำรอง
- 6 – 15 พ.ค. 2569 รายงานตัวและเข้าโครงการสร้างเสริมพฤติกรรมนักเรียนใหม่
- 18 พ.ค. 2569 เปิดภาคเรียนที่ 1/2569
หากใช้รูปแบบเดิม การรับสมัครปีการศึกษา 2570 น่าจะเปิดราวต้นเดือนมกราคม 2570 ควรติดตามประกาศจริงที่ www.mtts.ac.th
การทำสัญญาและผู้ค้ำประกัน
ผู้ที่สอบผ่าน (ตัวจริง) ต้องพา ผู้ปกครอง และ ผู้ค้ำประกันผู้ปกครอง มาทำสัญญากับทางราชการตามวันที่กำหนด
- ผู้ปกครอง ต้องบรรลุนิติภาวะ มีสัญชาติไทย และยอมรับพันธกรณีตามสัญญา หากสมรสแล้วต้องมีหนังสือยินยอมจากคู่สมรส
- ผู้ค้ำประกัน ต้องเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการ หรือข้าราชการพลเรือนระดับ 3 ขึ้นไป หรือดำรงตำแหน่งที่ใช้วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป
- ผู้ปกครองและผู้ค้ำประกันต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน และพระภิกษุหรือนักบวชเป็นผู้ปกครองหรือผู้ค้ำประกันไม่ได้
ข้อควรระวัง
- หาผู้ค้ำประกันไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะต้องเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือข้าราชการตามเกณฑ์ หากไม่มีผู้ค้ำที่มีคุณสมบัติครบ จะหมดสิทธิ์ทำสัญญาแม้สอบผ่านแล้ว
- สัญญามีข้อผูกพันทางราชการ ผู้ปกครองควรอ่านหนังสือสัญญาและหัวข้อ “ข้อผูกพันทางราชการ” ในระเบียบการให้ละเอียดก่อนลงนาม (ดาวน์โหลดได้ที่ www.mtts.ac.th)
- เตรียมร่างกายก่อนตรวจ: อุดฟันผุ ล้างขี้หู และทดสอบตาบอดสีด้วยตนเองล่วงหน้า คืนก่อนตรวจงดเครื่องดื่มชูกำลังและยาทุกชนิดหลังเที่ยงคืน
- กรอกข้อมูลให้ถูกต้อง เมื่อยืนยันใบสมัครแล้วแก้ไขไม่ได้ หากพบภายหลังว่าใช้ข้อมูลหรือเอกสารเท็จ การสอบจะเป็นโมฆะทันที
- ไม่ใช่ “ช่างกล ขส.ทบ.” โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. เป็นอาชีวศึกษาทั่วไปที่ไม่มีเบี้ยเลี้ยงและไม่รับประกันการบรรจุ จึงไม่ควรสับสนกับโรงเรียนช่างฝีมือทหาร
เหมาะกับใคร
โรงเรียนช่างฝีมือทหารเหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบงานช่าง อยากมีอาชีพมั่นคงในระบบราชการตั้งแต่อายุยังน้อย และพร้อมใช้ชีวิตแบบอยู่ประจำภายใต้ระเบียบวินัยแบบทหาร ข้อได้เปรียบสำคัญคือภาระค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรรวมราว 5.9 หมื่นบาท ขณะที่ได้เบี้ยเลี้ยง ที่พัก และการรักษาพยาบาลฟรี เมื่อจบแล้วยังมีตำแหน่งงานรองรับ และเรียนต่อระดับสูงขึ้นได้ภายหลัง
ผู้สนใจควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ ทั้งทบทวนเนื้อหาวิชาการ ม.1–ม.3 ซ้อมดึงข้อ ลุกนั่ง ดันพื้น และวิ่ง 800 เมตร ตรวจสุขภาพฟันและสายตา และหาผู้ค้ำประกันไว้ล่วงหน้า
ที่มา: ระเบียบการและวิธีการสมัครเข้าเป็นนักเรียนช่างฝีมือทหาร ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 | เว็บไซต์โรงเรียนช่างฝีมือทหาร www.mtts.ac.th
