
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผนึกกำลัง บ. ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) เดินหน้าเชิงรุก ยกระดับระบบการศึกษาไทยเข้าสู่ยุคใหม่ สร้างโอกาสการเรียนรู้ทักษะดิจิทัลและ AI ให้แก่เยาวชน ผ่านแพลตฟอร์มการศึกษาระดับชาติ หรือ National Digital Learning Platform (NDLP) คิกออฟโปรเจ็คท์แรกอย่างเป็นรูปธรรม จัดการแข่งขัน AI Hackathon ภายใต้หัวข้อ “My Future Community – ชุมชนแห่งอนาคต” ชิงทุนการศึกษามูลค่ากว่า 150,000 บาท ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของความร่วมมือ โดยมุ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจาก 1,018 โรงเรียนนำร่อง ทั่วประเทศที่ใช้แพลตฟอร์ม NDLP ได้นำทักษะ AI ระดับโลกมาคิดค้นแนวทางแก้ไขปัญหาจริงในชุมชนของตนเอง และคัดเลือกจนเหลือ 8 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ใน Hackathon Workshop เรียนรู้ในการสร้าง pitch deck ไอเดียการแก้ไขปัญหาและสร้าง Smart Community รวมถึงได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดก่อนถึงวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดย สพฐ.และไมโครซอฟท์ ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ดิจิทัลและ AI ทั่วประเทศ ด้วยแผนขยายการเข้าถึงไปยังโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ให้ครอบคลุมทั้งหมดกว่า 29,000 โรงเรียนให้ได้ภายในปลายปี 2569 เพื่อให้เยาวชนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด มีโอกาสเท่าเทียมกันในการเรียนรู้และสร้างสรรค์ด้วย AI
ตอนปลายทั่วประเทศในสังกัด สพฐ. ได้เข้าร่วมประชันไอเดียและศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ บนเวทีที่ส่งเสริมทั้งการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การประยุกต์ใช้ความรู้สู่การแก้ปัญหาในโลกจริง รวมถึงการนำเสนอสู่สาธารณะได้ ซึ่งการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ เห็นได้ชัดว่าเหล่าเยาวชนไทยมีความสามารถมาก เรียนรู้และปรับใช้ทักษะต่าง ๆ ได้รวดเร็วหลังจากที่ได้เข้ารับการเทรนแบบ 360 องศาในการวิเคราะห์ปัญหาที่เด็ก ๆ พบเจอในชุมชนของพวกเขาเอง สามารถสร้างรูปแบบการนำเสนอ ผ่านการใช้เครื่องมือ AI ออกมาได้น่าประทับใจและเห็นทิศทางของการนำไปต่อยอดปฏิบัติได้จริง ต้องขอบคุณไมโครซอฟท์สำหรับการร่วมผลักดันเต็มกำลังให้เกิดการเรียนรู้และสร้างบุคลากรคุณภาพขึ้นในสังคมไทย”
ผู้ชนะเลิศ ที่ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมตาสระอิสระโอ จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศจันทบุรี ภายใต้ผลงาน “RubberGuard AI” คือการสร้าง “My Future Community” สำหรับชาวสวนยางจันทบุรี โดยใช้ AI ช่วยเพิ่มผลผลิต 20-50% ลดสูญเสียจากโรคใบร่วง ลดการจ้างแรงงานแพง และป้องกันการโค่นต้นยาง แนวคิดจากปัญหาคือ: เมื่อฝนตกมักจะเกิดความไม่สะดวกและปัญหามากมายต่อเกษตรกร เป็นสาเหตุหนึ่งให้คนรุ่นใหม่ไม่ยอมทำงานสวนยาง และหันไปทำงานโรงงานแทน ส่งผลให้ต้องจ้างแรงงานภายนอกในราคาสูงและหายาก ผลลัพธ์คือกรีดยางไม่ทัน น้ำยางลดลง และคุณภาพตก Solutionที่ผู้ชนะสร้างขึ้นคือ ใช้AI ช่วยเพิ่มผลผลิต 20–50% ลดการสูญเสียจากโรค ใบร่วง ลดการจ้างแรงงานราคาแพง และป้องกันการโค่นต้นยาง ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ ชาวสวนมีรายได้มั่นคงและยั่งยืน ชุมชน กลายเป็น Smart Agri Community ที่ใช้เทคโนโลยีจริง ลดปัญหา แรงงานสูงวัย และรักษาพื้นที่สวนยางให้คงอยู่
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือทีม “KKS re NPK” โรงเรียนขุขันธ์ (ศรีสะเกษ) ผลงาน: Smart Fertilizer Management ช่วยตรวจสภาพดินและแนะนำสูตรปุ๋ยที่เหมาะสม ช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต และส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน ทุนการศึกษา จำนวน 30,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือทีม “Bergamot” โรงเรียนโยธินบูรณะ (กรุงเทพมหานคร) ผลงาน: MindMirror พัฒนา MindMirror ซึ่งเป็นระบปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยตรวจจับช่องว่างของความเข้าใจเชิงแนวคิดของผู้เรียน และลดช่องว่างของความเข้าใจระหว่างผู้สอนกับ ผู้เรียน ทุนการศึกษา จำนวน 20,000 บาท และรางวัลชมเชย 5 รางวัล ทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท และทุกทีมได้รับประกาศนียบัตร และน้องทีมที่มีคะแนนสูงสุดอยู่ใน 100 ทีมแรก (ในรอบคัดเลือก) ได้รับประกาศนียบัตรการเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ทุกทีม
ด้านหัวเรือใหญ่ผู้พัฒนาหลักสูตรและวางกรอบแนวทางการเรียนรู้ดิจิทัลและ AI อย่าง ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย – นางสุภารัตน์ จูระมงคล ผู้อำนวยการด้านทักษะเอไอ เผยแนวคิดการแข่งขันครั้งนี้ว่า
“My Future Community” เกิดจากความเชื่อพื้นฐานที่ว่า เยาวชนไทยไม่ใช่เพียงผู้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี แต่คือผู้สร้างอนาคตของชุมชนตัวเอง การออกแบบหัวข้อนี้จึงตั้งใจให้นักเรียนมองไปที่ปัญหาจริงในพื้นที่ที่ตัวเองอาศัยอยู่ แล้วใช้เครื่องมือ AI เป็น “ทักษะใหม่” ในการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข หรือความปลอดภัยในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของไมโครซอฟท์ในการส่งเสริมให้ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ต้องขอแสดงความยินดีกับทีมผู้ชนะ และขอให้นักเรียนทุกคนอย่าหยุดเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาตนเองให้ทันทุกการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต” โดยการแข่งขัน AI Hackathon ไมโครซอฟท์ได้วางเกณฑ์การตัดสินหลักไว้ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.) ความชัดเจนและความสมบูรณ์ของ Pitch ครบถ้วนทั้งกระบวนการ Problem Solution Technology Implementation Impact, 2.) การวิเคราะห์และแก้ปัญหาเชิงลึก แม่นยำและตรงจุด ประเมินผลกระทบที่คาดว่าจะได้รับอย่างชัดเจน, 3.) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และเครื่องมือ Microsoft เหมาะสมกับปัญหา (Azure AI/GitHub Copilot/Power BI/ ฯลฯ), 4.) ความเป็นไปได้และการขยายผล 5.) การนำเสนอและการตอบคำถามที่มั่นใจและคุมเวลาได้
“ซึ่งความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์และ สพฐ. ในครั้งนี้เป็นแผนพัฒนาและเติมเต็มศักยภาพให้แก่เยาวชนไทยระยะยาว โดยในปีนี้ ไมโครซอฟท์ได้มอบคอร์สเรียน AI คุณภาพไว้บนแพลตฟอร์ม NDLP เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้นักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่หรือเวลาเรียนและหวังว่านักเรียนจะได้นำความรู้และทักษะ AI ระดับโลก ไปสร้างสรรค์อนาคตของชุมชนตัวเองได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป และทางไมโครซอฟท์ยินดีจะสนับสนุนการเรียนรู้อื่นๆ ต่อไปในอนาคต”
สำหรับเยาวชนที่สนใจคอร์สเรียนบนแพลตฟอร์ม NDLP ไมโครซอฟท์ได้จัดทำและนำขึ้นแพลตฟอร์มอย่างครบถ้วนแล้ว โดยมีคอร์สเรียนครอบคลุมดังนี้
1. หลักสูตร AI Basics
2. หลักสูตร AI Skills for Everyone
3. หลักสูตร AI Skills for Business Professionals
4. หลักสูตร Microsoft 365 Copilot with Use Cases
5. หลักสูตร Power BI for Beginners
6. Azure AI: Zero to Hero
7. หลักสูตร Prompt Engineering with GitHub Copilot
8. หลักสูตร Cloud-native with Azure Container Apps
9. หลักสูตร Enhanced Pipeline Security with Azure DevOps
10. Machine Learning, Deep Learning, NLP ชื่อคุ้นหู…แต่ไม่รู้คืออะไร
11. สำรวจโลก Generative AI: จากทฤษฎีสู่การสร้างสรรค์จริง

#Obec #สพฐ #Microsoft #ไมโครซอฟท์ประเทศไทย #AIHackathon #DigitalAI #ทักษะดิจิทัลและAI
#สำนักข่าวการศึกษาไทย