
จับกระแสรับสมัคร
เคล็ด(ไม่)ลับ 6 ข้อ พิชิตที่นั่งพยาบาลทหารเรือ ปีการศึกษา 2570
ย้อนดูสิทธิประโยชน์ ขั้นตอน กำหนดการ และค่าใช้จ่ายจากการรับสมัครปีการศึกษา 2569 พร้อมไกด์เตรียมตัวฉบับเจาะลึก ก่อนประกาศรับสมัครรอบใหม่
ทุกปีที่ประกาศรับสมัคร “นักเรียนพยาบาลทหารเรือ” หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่มีผู้สนใจสมัครจำนวนมากในแต่ละปี ด้วยเป็นเส้นทางสู่วิชาชีพพยาบาลที่มาพร้อมสวัสดิการและความมั่นคงแบบข้าราชการทหาร สำหรับผู้ที่ตั้งเป้าจะสมัครในปีการศึกษา 2570 บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากการรับสมัครปีการศึกษา 2569 มาเป็นแนวทาง พร้อมสรุปสิทธิประโยชน์ของแต่ละประเภททุน และ 6 ข้อที่ต้องเตรียมให้พร้อมตั้งแต่วันนี้
ย้อนดูการรับสมัครปีการศึกษา 2569: ตัวเลขและกำหนดการที่ต้องรู้
ในรอบปีการศึกษา 2569 วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือเปิดรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ www.rtncn.ac.th เพียงช่องทางเดียว โดยมีกรอบเวลาและค่าใช้จ่ายสำคัญดังนี้
- เปิดรับสมัคร: 23 กุมภาพันธ์ – 26 เมษายน 2569 และปิดรับชำระเงินวันที่ 27 เมษายน 2569
- ค่าธรรมเนียมสมัคร: 350 บาท บวกค่าบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส (เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา) 15 บาท
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ตรวจสุขภาพ ทดสอบสุขภาพจิต และสอบสัมภาษณ์: 6 พฤษภาคม 2569
- ค่าตรวจสุขภาพและทดสอบสุขภาพจิต: 1,155 บาท ชำระที่อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
- ประกาศผลสอบคัดเลือก: 26 พฤษภาคม 2569 และรายงานตัว 26–29 พฤษภาคม 2569
- พิธีเปิดการศึกษา: 31 กรกฎาคม 2569
แม้กำหนดการอย่างเป็นทางการของปีการศึกษา 2570 ยังไม่ประกาศ แต่รูปแบบและช่วงเวลาในแต่ละปีมักใกล้เคียงกัน ผู้สนใจจึงสามารถใช้ปฏิทินปี 2569 เป็นแนวทางคร่าว ๆ ในการวางแผนล่วงหน้า และควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงช่วงต้นปี
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ: จุดขายสำคัญของนักเรียนพยาบาลทหารเรือ
จากข้อมูลการรับสมัครปีการศึกษา 2569 วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือรับนักเรียนพยาบาลทหารเรือรวม 60 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก กลุ่มละประมาณ 20 คน ทั้งนี้จำนวนและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี จึงต้องตรวจสอบประกาศปีการศึกษา 2570 อีกครั้ง
1. ทุนกองทัพเรือ — 20 คน
ได้รับ เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และยุทธอาภรณ์ ตามที่กองทัพเรือกำหนดตลอดหลักสูตร และเมื่อสำเร็จการศึกษา ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นว่าที่เรือตรีหญิง ตามเงื่อนไขที่กำหนด
2. ทุนส่วนตัว โดยกองทัพเรือสนับสนุนค่ายุทธอาภรณ์ — 20 คน
ผู้เรียนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขของทุน แต่ได้รับ ยุทธอาภรณ์ตามที่กองทัพเรือกำหนด และเมื่อสำเร็จการศึกษา ปฏิบัติงานในกองทัพเรือในฐานะพนักงานราชการเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ
3. ส่วนของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และ/หรือทุนส่วนตัวคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล — 20 คน
ได้รับ ยุทธอาภรณ์ตามที่กองทัพเรือกำหนด โดยรายละเอียดการสนับสนุนและภาระผูกพันหลังสำเร็จการศึกษา เป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละทุน สำหรับทุนส่วนตัวคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีการสนับสนุนค่าใช้จ่าย และมีเงื่อนไขการปฏิบัติงานตามที่คณะกำหนด
จุดสำคัญที่ผู้สมัครควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกสมัครประเภททุน คือภาระผูกพันหลังสำเร็จการศึกษาที่แตกต่างกัน ทุนกองทัพเรือให้ความมั่นคงสูงสุดในฐานะนายทหารสัญญาบัตร แต่มาพร้อมข้อผูกพันการรับราชการในสังกัดกองทัพเรือ ขณะที่ทุนส่วนตัวและทุนของมูลนิธิ/ศิริราช แม้ผู้เรียนต้องรับผิดชอบค่าเล่าเรียนเองบางส่วน แต่ก็มีเงื่อนไขการทำงานหลังจบที่ต่างออกไปเช่นกัน จึงควรศึกษารายละเอียดสิทธิและพันธะของแต่ละประเภททุนอย่างถี่ถ้วนจากระเบียบการฉบับทางการก่อนตัดสินใจสมัคร
เคล็ด(ไม่)ลับ 6 ข้อ เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนสมัครปีการศึกษา 2570
1. เตรียมคะแนน TGAT และ A-Level ให้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ
หลักฐานคะแนนวิชาการที่ต้องใช้ยื่นสมัคร ได้แก่ ผลการทดสอบความถนัดทั่วไป (TGAT) และผลการทดสอบระดับความรู้เชิงวิชาการ (A-Level) รวม 7 วิชา คือ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา คะแนนชุดนี้เป็นคะแนนเดียวกับที่ใช้ในระบบ TCAS ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ผู้สมัครจึงต้องลงทะเบียนสอบผ่านระบบ mytcas.com ให้ทันตามรอบเวลาที่ ทปอ. กำหนด ไม่ใช่สมัครสอบกับวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือโดยตรง
สำหรับปีการศึกษา 2570 ทปอ. ได้ประกาศปฏิทิน TCAS70 ไว้แล้วว่า จะสอบ TGAT/TPAT ในช่วงวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2570 และสอบ A-Level ในช่วงวันที่ 13–15 มีนาคม 2570 ก่อนประกาศผลคะแนน A-Level ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2570 ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงปิดรับสมัครของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือมาก ผู้สมัครจึงควรวางแผนอ่านหนังสือให้เสร็จก่อนสนามสอบจริง และหมั่นตรวจสอบปฏิทินอย่างเป็นทางการที่ mytcas.com เป็นระยะ เพราะกำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
เทคนิคจัดสรรเวลาอ่านหนังสือที่แนะนำ:
- แบ่งเวลาทบทวนตามน้ำหนักวิชา โดยเน้นวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1) เป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นฐานของวิชาชีพพยาบาล
- ฝึกทำข้อสอบเก่า TGAT และ A-Level ย้อนหลังอย่างน้อย 2–3 ปี เพื่อคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบและจับเวลาให้ใกล้เคียงสถานการณ์จริง
- ลงทะเบียนใช้งานระบบ mytcas.com ล่วงหน้า และตรวจสอบวันสมัครสอบ วันพิมพ์บัตรที่นั่งสอบให้ครบทุกขั้นตอน
2. รวบรวมเอกสารให้ครบ โดยเฉพาะเอกสารรับรองสัญชาติของครอบครัว
หลักสูตรนี้มีรายการเอกสารประกอบการสมัครค่อนข้างละเอียดกว่าการสมัครเรียนทั่วไป เพราะต้องยืนยันทั้งตัวตนและสัญชาติไทยของผู้สมัครและครอบครัวอย่างชัดเจน เอกสารหลักที่ต้องเตรียมล่วงหน้า ได้แก่
- บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน และสูติบัตรของผู้สมัคร พร้อมสำเนา
- ทะเบียนบ้านของบิดามารดา ซึ่งต้องระบุสัญชาติของปู่ ย่า ตา ยาย ให้ครบถ้วน หากไม่มีทะเบียนบ้านแสดง ต้องขอหนังสือรับรองจากที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตแทน
- ทะเบียนสมรสของบิดามารดา หรือทะเบียนรับรองบุตร ในกรณีที่บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือมารดาไม่ได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลบิดา
- เอกสารเฉพาะกรณี เช่น ใบมรณบัตรหากบิดาหรือมารดาถึงแก่กรรม เอกสารแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบธรรมจากศาล หรือหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
- รูปถ่ายและสำเนาบัตรประชาชนตามขนาดและความละเอียดที่ระบบกำหนด สำหรับอัปโหลดเข้าระบบสมัครออนไลน์
เอกสารกลุ่มนี้บางฉบับต้องขอจากที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต ซึ่งอาจใช้เวลาดำเนินการหลายวัน ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบรายการทั้งหมดและเริ่มขอเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 เดือนก่อนปิดรับสมัคร เพื่อไม่ให้ต้องเร่งรีบในช่วงโค้งสุดท้าย
3. ดูแลสุขภาพร่างกายให้ผ่านเกณฑ์การตรวจ
ผู้ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นต้องเข้ารับการตรวจร่างกายกับคณะอนุกรรมการแพทย์ของกรมแพทย์ทหารเรือ โดยระเบียบการรับสมัครของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือในปีที่ผ่านมากำหนดคุณสมบัติทางร่างกายไว้ค่อนข้างชัดเจน ได้แก่
- ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 155 เซนติเมตร
- น้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 42 กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 65 กิโลกรัม หรือดัชนีมวลกาย (BMI) ไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- รูปร่าง ลักษณะ ท่าทาง เหมาะสมต่อการรับราชการทหารและการประกอบวิชาชีพพยาบาล
- ไม่มีโรคประจำตัวหรือความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาวิชาชีพพยาบาล ตามที่คณะอนุกรรมการแพทย์กำหนด
เกณฑ์เหล่านี้อาจปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในแต่ละปี ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบ “ระเบียบการรับสมัคร” ฉบับปีการศึกษา 2570 อย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อประกาศออกมา และหากทราบล่วงหน้าว่าน้ำหนักหรือ BMI ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ ควรเริ่มปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เนิ่น ๆ แทนการลดน้ำหนักแบบหักโหมในช่วงใกล้สอบ นอกจากนี้ควรเตรียมเงินสดสำหรับค่าตรวจสุขภาพและทดสอบสุขภาพจิตไว้ล่วงหน้า (ปีการศึกษา 2569 อยู่ที่ 1,155 บาท) และไปถึงจุดตรวจตามเวลาที่ประกาศ เพราะบางวันนัดเริ่มรับรายงานตัวตั้งแต่ 06.00 น.
4. เตรียมใจให้พร้อมสำหรับการทดสอบสุขภาพจิตและสัมภาษณ์
นอกจากตรวจร่างกายแล้ว ผู้สมัครยังต้องผ่านการทดสอบสุขภาพจิตในรูปแบบแบบทดสอบทางจิตวิทยา ซึ่งประเมินความมั่นคงทางอารมณ์ ทัศนคติ และความเหมาะสมกับวิถีชีวิตแบบทหาร ก่อนเข้าสู่รอบสอบสัมภาษณ์ที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ซึ่งกรรมการมักซักถามถึงเหตุผลที่อยากเป็นพยาบาลทหารเรือ ความเข้าใจในระเบียบวินัยแบบทหาร และความพร้อมที่จะปฏิบัติงานทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนสอบ เพื่อให้ทำแบบทดสอบสุขภาพจิตด้วยสภาพจิตใจที่ปกติที่สุด และตอบตามความเป็นจริง ไม่พยายามเดาคำตอบที่คิดว่ากรรมการอยากได้ยิน
- ทบทวนพันธกิจหลักของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ และเหตุผลส่วนตัวที่อยากเรียนพยาบาลทหารเรือ เพื่อตอบคำถามสัมภาษณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไว้ทรงผมและบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับความเป็นระเบียบวินัยแบบทหาร
- ฝึกซ้อมตอบคำถามสัมภาษณ์กับครอบครัวหรือครูแนะแนวล่วงหน้า เพื่อลดความประหม่าในวันจริง
5. วางแผนค่าใช้จ่ายตลอดกระบวนการสมัคร
ค่าใช้จ่ายในกระบวนการสมัครไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมสมัครก้อนเดียว แต่ทยอยเกิดขึ้นในหลายขั้นตอน ผู้สมัครและครอบครัวจึงควรเผื่องบประมาณล่วงหน้าไว้ ดังนี้
- ค่าธรรมเนียมสมัครสอบ 350 บาท บวกค่าบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 15 บาท
- ค่าตรวจสุขภาพและทดสอบสุขภาพจิต 1,155 บาท ชำระที่อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
- ค่าเดินทางและที่พัก สำหรับผู้สมัครจากต่างจังหวัดที่ต้องเข้ามาตรวจสุขภาพ สอบสัมภาษณ์ และรายงานตัวในกรุงเทพฯ หลายรอบ
- ค่าถ่ายเอกสารและค่าธรรมเนียมขอหนังสือรับรองต่าง ๆ จากที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต
- ค่าเตรียมของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์เข้าหอพัก สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและต้องรายงานตัวเข้าเป็นนักเรียนพยาบาลทหารเรือ
การกันงบประมาณสำหรับทุกขั้นตอนไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องเร่งหาเงินก้อนกะทันหันในช่วงที่ต้องตัดสินใจเรื่องอื่นพร้อมกันหลายอย่าง
6.วันเวลาและติดตามประกาศทุกขั้นตอนผ่านช่องทางทางการ
กระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่รับสมัคร ตรวจสุขภาพ ทดสอบสุขภาพจิต สัมภาษณ์ ไปจนถึงทำสัญญาและรายงานตัวเข้าหอพัก กินเวลาต่อเนื่องหลายเดือน และหลายขั้นตอนมีกรอบเวลาที่แคบมาก เช่น ในปีการศึกษา 2569 ผู้ที่ได้รับคัดเลือกมีเวลารายงานตัวเพียง 4 วัน (26–29 พฤษภาคม) และผู้ที่ไม่รายงานตัวตามกำหนดถือว่าสละสิทธิ์ทันที บางวันนัดหมายยังกำหนดให้รับรายงานตัวตั้งแต่ 06.00 น. ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดอาจต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 คืนก่อนวันนัด
- ทำปฏิทินรวมของทุกขั้นตอนไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่วันปิดรับสมัคร วันตรวจสุขภาพ วันสัมภาษณ์ ไปจนถึงวันทำสัญญาและวันรายงานตัว
- วางแผนการเดินทางและที่พักในกรุงเทพฯ ล่วงหน้า โดยเฉพาะวันนัดหมายที่เริ่มตั้งแต่เช้ามืด
- ติดตามประกาศอย่างสม่ำเสมอผ่าน www.rtncn.ac.th ซึ่งเป็นช่องทางทางการเพียงช่องทางเดียว และหลีกเลี่ยงการเชื่อข้อมูลจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ
- เผื่อแผนสำรอง หากไม่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวจริง เพราะบางปีมีการเรียกบุคคลสำรองขึ้นทำสัญญาต่อจากผู้ที่สละสิทธิ์
สรุปการเตรียมความพร้อม
แม้กำหนดการรับสมัครปีการศึกษา 2570 จะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่การเตรียมตัวล่วงหน้าตามแนวทางจากปีการศึกษา 2569 ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ของแต่ละประเภททุน คะแนนสอบ เอกสาร สุขภาพ งบประมาณ และการติดตามข่าวสาร จะช่วยให้ผู้สนใจสมัครเรียนพยาบาลทหารเรือมีความพร้อมมากที่สุดเมื่อประกาศรับสมัครรอบใหม่มาถึง
ที่มา: คู่มือการรับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตผ่านช่องทางออนไลน์ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ศูนย์วิทยาการ กรมแพทย์ทหารเรือ (ปีการศึกษา 2569), ระเบียบการรับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือปีที่ผ่านมา (รวมหมวดสิทธิของนักเรียนพยาบาลศาสตร์) และปฏิทินการสอบ TCAS70 จากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
หมายเหตุ: กำหนดการและเกณฑ์คุณสมบัติทางร่างกายอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีการศึกษา ผู้สนใจควรตรวจสอบ “ระเบียบการรับสมัคร” ฉบับปีการศึกษา 2570 อย่างเป็นทางการจาก www.rtncn.ac.th และปฏิทิน TCAS70 จาก mytcas.com อีกครั้งก่อนดำเนินการจริง