ฝันอยากสวมเครื่องแบบ พยาบาลกองทัพบก ทหารเรือ ทหารอากาศ หรือพยาบาลตำรวจ แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง? ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 ยังไม่พบประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2570 อย่างเป็นทางการของทั้ง 4 สถาบัน แต่ประกาศและระเบียบการปีการศึกษา 2569 ซึ่งเป็นรอบล่าสุด บอกชัดว่ามี 2 ด่านที่ “เตรียมกะทันหันไม่ได้” คือ คะแนนสอบ (TGAT/A-Level และเกรด) กับ สุขภาพร่างกายที่ต้องเป๊ะตามเกณฑ์
บทความนี้รวบรวมทุนพยาบาล 4 สถาบันไว้ในที่เดียว โดยอ้างอิงประกาศและระเบียบการปีการศึกษา 2569 ของแต่ละวิทยาลัยโดยตรง เพื่อใช้เป็นแนวทางเตรียมตัวก่อนประกาศปี 2570 จะออก
- ปีล่าสุดทั้ง 4 สถาบันรับรวม 274 ที่นั่ง (กองทัพบก 80, ตำรวจ 70, ทหารอากาศ 64, ทหารเรือ 60)
- ทุกแห่งใช้ผลสอบกลาง TGAT และ A-Level ประกอบการคัดเลือก (ทหารอากาศใช้เกรดเฉลี่ย GPAX ด้วย) และรับสมัครผ่านเว็บไซต์ของวิทยาลัยเอง
- กองทัพบก: ทุนกองทัพบก 20 ที่นั่ง ได้เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง อาภรณ์ภัณฑ์ และบรรจุเข้ารับราชการ; ทุนส่วนตัว 60 ที่นั่ง (รวมโควตาทุน อสร. ไม่เกิน 10) มีสิทธิ์กู้ กยศ./กรอ.
- ทหารอากาศ: ทั้ง 64 ที่นั่งเป็นทุนกองทัพอากาศ ได้เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และบรรจุรับราชการ
- ทหารเรือ: ทุนกองทัพเรือ 20 ที่นั่ง ได้เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และบรรจุเป็นว่าที่เรือตรีหญิง (อีก 40 ที่นั่งเป็นทุนส่วนตัว/ทุนมูลนิธิ-ศิริราช)
- ตำรวจ: เป็นทุนส่วนตัวทั้งหมด จบแล้วไม่ผูกพันการบรรจุเป็นตำรวจ
- อายุต่างกัน: ทหารอากาศไม่เกิน 22 ปี (เกิดตั้งแต่ 1 ม.ค. 2547) ส่วนกองทัพบกและทหารเรือ 18–25 ปี (เกิด พ.ศ. 2544–2551) และตำรวจไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดภาคการศึกษา
- ดัชนีมวลกาย (BMI): ทหารอากาศ (หญิง) ไม่เกิน 25 | ทหารเรือ น้ำหนัก 42–65 กก. หรือ BMI ไม่เกิน 25 | กองทัพบกและตำรวจ ไม่เกิน 30
1) ภาพรวม 4 สถาบัน: รับกี่ที่นั่ง เปิดรับเมื่อไร ใครสมัครได้
| สถาบัน | ที่นั่งปี 2569 | รับสมัคร / ค่าสมัคร | ประเภททุน | คุณสมบัติเบื้องต้นตามประกาศ |
|---|---|---|---|---|
| วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก (รุ่นที่ 63) | 80 คน (ชายและหญิง) | 16 ก.พ. – 22 เม.ย. 2569 ผ่าน www.rtanc.com; ค่าสมัคร 350 บาท (+ค่าบริการ 15 บาท) ชำระภายใน 23 เม.ย. 2569 เวลา 16.00 น. | ทุนกองทัพบก 20 คน / ทุนส่วนตัว 60 คน (รวมโควตาทุนองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกไม่เกิน 10 คน) | จบ ม.ปลายแผนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์; โสด อายุ 18–25 ปี (เกิด พ.ศ. 2544–2551); สัญชาติไทยโดยการเกิด; ปริญญา พย.บ. จากมหาวิทยาลัยมหิดล (ผ่านสอบรวบยอดของคณะพยาบาลศาสตร์ มหิดล) และมีสิทธิ์สอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1 |
| วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ (รุ่นที่ 56) | 60 คน | 23 ก.พ. – 26 เม.ย. 2569 ผ่าน www.rtncn.ac.th; ค่าสมัคร 350 บาท (+15 บาท) ชำระได้ถึง 27 เม.ย. 2569 | 3 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน: ทุนกองทัพเรือ / ทุนส่วนตัวโดยกองทัพเรือสนับสนุนค่ายุทธอาภรณ์ / ทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชและ/หรือทุนส่วนตัวคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล | สตรีโสด อายุ 18–25 ปี (เกิด พ.ศ. 2544–2551); จบ ม.ปลายแผนวิทย์-คณิต; สัญชาติไทยโดยกำเนิด และบิดา-มารดาผู้ให้กำเนิดสัญชาติไทยโดยกำเนิด (มีข้อยกเว้นตามระเบียบ) |
| วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ | 64 คน (หญิง 56 / ชาย 8) | 16 ก.พ. – 22 เม.ย. 2569 ผ่าน ncrtaf-recruit.com; ค่าสมัคร 400 บาท (+15 บาท) ต้องชำระภายใน 3 วันหลังกรอกใบสมัคร มิฉะนั้นระบบลบข้อมูล (ผู้สมัคร 20–22 เม.ย. ชำระภายใน 22 เม.ย. เวลา 20.00 น.) | ทุนกองทัพอากาศทั้ง 64 คน | หญิงหรือชายโสด อายุไม่เกิน 22 ปี (เกิดตั้งแต่ 1 ม.ค. 2547); จบ ม.ปลายแผนที่เน้นวิทย์-คณิต โดยมีหน่วยกิตวิทยาศาสตร์ ≥22, คณิตศาสตร์ ≥12, ภาษาอังกฤษ ≥9; ปริญญา พย.บ. จากมหาวิทยาลัยมหิดล |
| วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ | 70 คน: โครงการบุคคลทั่วไป 56 / โครงการบุตรข้าราชการตำรวจและผู้มีคุณสมบัติ 14 | 19 ม.ค. – 20 เม.ย. 2569 ผ่าน nursepolice.go.th และ nursepolice.thaijobjob.com; ค่าสมัคร 500 บาท ชำระ 19 ม.ค. – 21 เม.ย. 2569 | ทุนส่วนตัวทั้งหมด | จบ ม.6 สายสามัญทั่วไป (ไม่รับเทียบเท่า ปวช./ปวส.); โสด อายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดภาคการศึกษา (3 ส.ค. 2569); จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำคะแนนสอบครั้งที่ดีที่สุดในรอบเดียวกันมาใช้พิจารณา |
2) หลังปิดรับสมัคร: ปฏิทินปี 2569 ที่ใช้เป็นแนวเตรียมตัว
- กองทัพบก: ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ 6 พ.ค. → ทดสอบบุคลิกภาพ (MMPI) และสมรรถภาพร่างกาย 12 พ.ค. → ตรวจร่างกาย 14 พ.ค. → สัมภาษณ์ 15 พ.ค. → ประกาศผลตามผนวก ค 27 พ.ค. (ประกาศบนเว็บไซต์ทางการของวิทยาลัยเมื่อ 23 พ.ค. 2569 ระบุ “ขอเลื่อนการประกาศผล จากวันที่ 27 พ.ค. 69 เป็นวันที่ 24 พ.ค. 69”) → ทำสัญญา 8 มิ.ย. → เปิดการศึกษา 3 ส.ค.
- ทหารเรือ: ประกาศรายชื่อ 6 พ.ค. → ทดสอบสุขภาพจิต 11 หรือ 14 พ.ค. → ตรวจสุขภาพและสัมภาษณ์ 12 หรือ 15 พ.ค. → ประกาศผล 26 พ.ค. → ทำสัญญา 1 มิ.ย. (สำรอง 2–5 มิ.ย.) → เปิดการศึกษา 31 ก.ค.
- ทหารอากาศ: ประกาศรายชื่อ 1 พ.ค. (ยืนยันสิทธิ์ 2 พ.ค.) → ทดสอบความถนัด/จิตวิทยาและสมรรถภาพร่างกาย 5 พ.ค. → ตรวจร่างกายและสัมภาษณ์ 6–8 พ.ค. → ประกาศผล 19 พ.ค. → ทำสัญญา 25 พ.ค. (รอบสำรอง 2 มิ.ย.) → เปิดการศึกษา 3 ส.ค.
- ตำรวจ: ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกทางวิชาการเข้าตรวจร่างกาย 5 พ.ค. (ต้องผ่านทั้งสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย)
ปี 2569 ทุกสถาบันกำหนดให้ต้องมีผลสอบ TGAT และ A-Level ของระบบ TCAS69 ผู้สมัครปี 2570 จึงควรเตรียมสอบตามปฏิทิน TCAS70 ของ ทปอ. (ต้องรอประกาศปี 2570 ของแต่ละวิทยาลัยยืนยันอีกครั้งว่าใช้ผลสอบชุดใด) ปฏิทินสอบที่ ทปอ. เผยแพร่บน mytcas.com มีดังนี้
- ลงทะเบียนใช้งานระบบ TCAS70 (student.mytcas.com): ตั้งแต่ 15 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป
- สมัครสอบ TGAT/TPAT 2–5: 4–10 พ.ย. 2569 (สอบด้วยกระดาษเท่านั้น); พิมพ์บัตรที่นั่งสอบ 7 ธ.ค. 2569 – 1 ก.พ. 2570
- สอบ TGAT (ความถนัดทั่วไป): 30 ม.ค. 2570 เวลา 13.00–16.00 น. (TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ, TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล, TGAT3 สมรรถนะการทำงาน)
- ประกาศผลคะแนน TGAT/TPAT 2–5: 28 ก.พ. 2570; ขอทบทวนผลคะแนน 1–6 มี.ค. 2570
- สมัครสอบ A-Level: 14–20 ม.ค. 2570 (สอบด้วยกระดาษเท่านั้น); รับคำร้องสมัครสอบล่าช้า 21–22 ม.ค. 2570
- สอบ A-Level: 13 มี.ค. 2570 (ชีววิทยา 08.30–10.00, ฟิสิกส์ 11.00–12.30, ภาษาไทย 13.30–15.00, สังคมศึกษา 15.30–17.00) และ 14 มี.ค. 2570 (คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 08.30–10.00, ภาษาอังกฤษ 11.00–12.30, เคมี 13.30–15.00) จึงสอบครบ 7 วิชาที่ทั้ง 4 สถาบันใช้ภายใน 2 วัน
- ประกาศเฉลย A-Level: 26 มี.ค. 2570
- ค่าสมัครสอบตามปฏิทิน: TGAT/TPAT 2–5 วิชาละ 140 บาท และ A-Level วิชาละ 100 บาท (ปฏิทินระบุว่า อว. สนับสนุนค่าสมัคร ให้ตรวจเงื่อนไขล่าสุดที่ mytcas.com)
ปีที่แล้วทั้ง 4 สถาบันปิดรับสมัครระหว่าง 20–26 เม.ย. 2569 ปฏิทินสอบที่ ทปอ. เผยแพร่ไม่ได้ระบุวันประกาศผลคะแนน A-Level จึงควรตรวจวันประกาศผลให้สอดคล้องกับวันปิดรับสมัครของแต่ละวิทยาลัยเมื่อประกาศปี 2570 ออก
3) เกรดและคะแนน: แต่ละสถาบันคิดไม่เหมือนกัน
เงื่อนไขแผนการเรียนต่างกัน: กองทัพบกและทหารเรือระบุแผนวิทย์-คณิต ทหารอากาศระบุแผนที่เน้นวิทย์-คณิตพร้อมจำนวนหน่วยกิต ส่วนตำรวจระบุเพียงสายสามัญทั่วไป และมีเพียง ทหารอากาศ ที่นำเกรดเฉลี่ย (GPAX) มาคิดคะแนนโดยตรง
| สถาบัน | ระบบคะแนนปี 2569 | เกณฑ์ขั้นต่ำ / ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| กองทัพบก | ต้องมีผล TGAT และ A-Level 7 วิชา (ชีววิทยา ฟิสิกส์ เคมี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1) | คะแนนรวม A-Level 7 วิชาไม่น้อยกว่า 120 คะแนน; ระเบียบการไม่ได้ระบุสัดส่วนถ่วงน้ำหนักรายวิชาหรือวิธีจัดลำดับ ระบุเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำนี้และผลทดสอบ TGAT ที่ต้องมี; ต้องอัปโหลด ปพ.1 (GPAX 6 ภาคเรียน) หรือ ปพ.7 กรณียังไม่จบ ไฟล์ PDF ไม่เกิน 4 MB ตอนสมัคร |
| ทหารเรือ | วิชาการ 90% + สัมภาษณ์ 10%; วิชาการ = TGAT 30% + A-Level 70% (คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 = 20, ชีววิทยา = 20, ภาษาอังกฤษ = 15, เคมี = 10, ฟิสิกส์ = 5) | A-Level ขั้นต่ำ: ภาษาอังกฤษ 25, ภาษาไทย 20, สังคมศึกษา 20 คะแนน (ภาษาไทยและสังคมใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่มีสัดส่วน); ระเบียบระบุให้เรียงลำดับคะแนนวิชาการถึงลำดับที่ 600 และหากคะแนนเท่ากันตัดสินจากคะแนน A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1, ชีววิทยา, ภาษาอังกฤษ, เคมี, ฟิสิกส์ ตามลำดับ |
| ทหารอากาศ | วิชาการ 80 คะแนน = GPAX 10% + TGAT 40% + A-Level 50%; รวมกับคะแนนทดสอบความถนัด 10 และสัมภาษณ์ 10 = 100 คะแนน | A-Level ภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 25 และคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ไม่ต่ำกว่า 15 คะแนน; เรียงลำดับคะแนนวิชาการถึงลำดับที่ 550 จึงเข้ารอบทดสอบ; การตรวจร่างกาย จิตวิทยา และสมรรถภาพร่างกายใช้เกณฑ์ผ่าน/ไม่ผ่าน |
| ตำรวจ | A-Level 80%: ชีววิทยา 20, คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 15, ภาษาอังกฤษ 15, เคมี 10, ฟิสิกส์ 10, ภาษาไทย 5, สังคมศึกษา 5 | TGAT 20%: การสื่อสารภาษาอังกฤษ 10, การคิดอย่างมีเหตุผล 5, สมรรถนะการทำงานในอนาคต 5 | คะแนนเท่ากัน ตัดสินจาก A-Level แล้ว TGAT แล้วคะแนนวิทยาศาสตร์รวม (ชีววิทยา+เคมี+ฟิสิกส์); ต้องผ่านสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย |
4) สุขภาพร่างกาย: เกณฑ์ที่ต้องเช็กให้เป๊ะ
| สถาบัน | ส่วนสูง / น้ำหนัก / BMI | ด่านอื่นที่ระบุในเอกสาร |
|---|---|---|
| กองทัพบก | หญิงสูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม. น้ำหนักไม่น้อยกว่า 45 กก.; ชายสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. น้ำหนักไม่น้อยกว่า 50 กก. รอบอกขณะหายใจเข้าไม่ต่ำกว่า 79 ซม.; BMI ไม่เกิน 30 (ทั้งสองเพศ) | ชายต้องไม่อยู่ระหว่างได้รับหมายเรียกเข้ารับราชการทหารในปีที่สมัคร; ทดสอบบุคลิกภาพ (MMPI) และตรวจร่างกาย (ตรวจทางห้องปฏิบัติการ เอกซเรย์ และตรวจร่างกายทั่วไป); ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย 3 ท่า คือ ดันพื้น กระดานคว่ำ และวิ่ง 2 กม. ตามผนวก จ (ตารางแปลงผลเป็นร้อยละตามเพศและช่วงอายุ อ้างอิง นสศ. มิ.ย. 67) เกณฑ์ผ่านระหว่างร้อยละ 30–40 ขึ้นไป และผู้ประสงค์รับทุนกองทัพบกต้องผ่านร้อยละ 50; ผนวก ก ระบุโรคและความผิดปกติต้องห้าม 12 หมวด เช่น ภาวะอ้วน BMI ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป |
| ทหารเรือ | สูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม.; น้ำหนักไม่น้อยกว่า 42 กก. แต่ไม่เกิน 65 กก. หรือ BMI ไม่เกิน 25 | ตรวจสุขภาพและทดสอบสุขภาพจิตโดยคณะกรรมการที่กรมแพทย์ทหารเรือแต่งตั้ง (ค่าตรวจ 1,155 บาท); ผนวก ค ระบุ เช่น ความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 หรือต่ำกว่า 90/60 มม.ปรอท, ตาบอดสี, รอยสัก, ต้องมีฟันกรามและกรามน้อยอย่างน้อยขากรรไกรบน 6 ซี่ ล่าง 6 ซี่ และฟันหน้าอย่างน้อยบน 4 ซี่ ล่าง 4 ซี่ |
| ทหารอากาศ | หญิงสูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม. BMI ไม่เกิน 25; ชายสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. BMI ไม่เกิน 30 และทรวงอกขยายขณะหายใจเข้าเต็มที่ไม่ต่ำกว่า 79 ซม. | วิ่ง 800 เมตร: ชายภายใน 6.51 นาที หญิงภายใน 8.53 นาที; ตรวจจิตวิทยาต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50; ค่าตรวจร่างกาย 1,170 บาท; ผนวก จ ระบุ เช่น ความดันเกิน 140/90, ชีพจรเร็วกว่า 100 หรือช้ากว่า 50 ครั้ง/นาที, ตาบอดสี, หืดหรือประวัติหืด, ฝ่าเท้าไม่มีอุ้ง, รอยสักไม่เหมาะสม; ไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่งถือว่าไม่ผ่าน |
| ตำรวจ | หญิงสูงไม่น้อยกว่า 150 ซม.; ชายสูงไม่น้อยกว่า 160 ซม. รอบอกหายใจเข้าไม่น้อยกว่า 80 ซม. หายใจออกไม่น้อยกว่า 77 ซม.; น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กก. และ BMI ไม่เกิน 30 (ทั้งสองเพศ) | ชายต้องไม่อยู่ระหว่างได้รับหมายเรียกเกณฑ์ทหาร; สายตาต้องปกติ (6/6 แบบสเนลเลน) หากแก้ไขได้ด้วยแว่นตา อนุมัติยกเว้นเป็นรายกรณี; ห้ามตาบอดสี; ผนวก ก ระบุลักษณะต้องห้าม เช่น หัวใจเต้นเร็วกว่า 110 หรือช้ากว่า 45 ครั้ง/นาที, ความดันสูงกว่า 140/90 มม.ปรอท, โรคอ้วน BMI ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป, โรคหืด, ไส้เลื่อนทุกชนิด; ฟัน: ฟันผุมากหลายซี่จนเห็นชัด, มีรากฟันเหลือในช่องปากมากกว่า 3 ซี่, ไม่มีฟันเกิน 5 ซี่ เว้นแต่ใส่ฟันปลอมเรียบร้อยแล้ว; แผลเป็น ไฝ ปาน รอยสัก หูด หรือซีสต์ขนาดใหญ่หรือมากจนดูน่าเกลียด |
BMI คำนวณจาก น้ำหนัก (กก.) ÷ ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง เช่น หญิงที่สมัครทหารอากาศ สูง 155 ซม. หาก BMI ไม่เกิน 25 น้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 60 กก. และสูง 160 ซม. ประมาณ 64 กก. (ส่วนทหารเรือใช้เกณฑ์ น้ำหนัก 42–65 กก. หรือ BMI ไม่เกิน 25) หากวัดแล้วเกินเกณฑ์ ให้เริ่มปรับการกินและออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ตอนนี้ แทนการอดอาหารหรือลดน้ำหนักแบบหักโหมช่วงใกล้สอบ และหากสงสัยเรื่องสุขภาพหรือโรคต้องห้าม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนสมัคร
5) “ทุน” ได้อะไร และต้องแลกด้วยอะไร
คำว่า “ทุน” ในแต่ละสถาบันไม่เหมือนกัน และไม่ได้แปลว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ควรเทียบทั้งสิทธิประโยชน์ ค่าใช้จ่าย และภาระผูกพันหลังเรียนจบ (ตัวเลขค่าใช้จ่ายเป็นประมาณการ สถาบันสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้)
| ทุน | สิทธิประโยชน์ | ค่าใช้จ่าย / ภาระผูกพัน |
|---|---|---|
| ทหารอากาศ (ทุนกองทัพอากาศ ทั้ง 64 คน) | เงินเดือนเดือนละ 3,070 / 3,270 / 3,470 / 3,670 บาท (ชั้นปี 1–4), เบี้ยเลี้ยงวันละ 120 บาท, เครื่องแบบและอาภรณ์ภัณฑ์ตามที่ราชการกำหนด, ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนเรียน, เมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับการบรรจุรับราชการในกองทัพอากาศ | ชั้นปี 1 รวม 33,560 บาท (งวดแรกวันทำสัญญา 23,000 + งวดสอง 5 ม.ค. 2570 อีก 10,560); ชั้นปี 2: 10,300 + 12,350; ปี 3: 9,850 + 6,550; ปี 4: 10,650 + 13,250 บาท (รวมตลอด 4 ปีประมาณ 96,510 บาท ผลรวมคำนวณจากตัวเลขในระเบียบ); ทำสัญญาโดยมีผู้ปกครองและผู้ค้ำประกัน หากผิดสัญญาไม่มีสิทธิเรียกเงินคืนและต้องชดใช้เงินให้กองทัพอากาศ |
| ทหารเรือ: ทุนกองทัพเรือ (20 คน) | เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และยุทธอาภรณ์ตามที่กองทัพเรือกำหนดตลอดหลักสูตร; เมื่อสำเร็จการศึกษาบรรจุเข้ารับราชการเป็นว่าที่เรือตรีหญิง | ประมาณการค่าใช้จ่ายชั้นปี 1–4: 28,900 / 26,400 / 24,400 / 35,600 บาท (รวมประมาณ 115,300 บาท); ภาระผูกพันเป็นไปตามสัญญาที่กองทัพเรือกำหนด |
| ทหารเรือ: ทุนส่วนตัวโดยกองทัพเรือสนับสนุนค่ายุทธอาภรณ์ (20 คน) | ได้รับยุทธอาภรณ์ตลอดหลักสูตร และมีสิทธิ์ขอรับการพิจารณาทุน กยศ./กรอ. องค์กรและมูลนิธิต่าง ๆ | ประมาณการค่าใช้จ่ายชั้นปี 1–4: 82,800 / 76,800 / 75,260 / 77,050 บาท (รวมประมาณ 311,910 บาท); เมื่อจบต้องปฏิบัติงานในกองทัพเรือฐานะพนักงานราชการ 2 ปี และไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการ |
| ทหารเรือ: ทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชและ/หรือทุนส่วนตัวคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (20 คน) | ได้รับยุทธอาภรณ์ตลอดหลักสูตร; ระเบียบระบุว่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลฯ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายของทุนส่วนตัวคณะฯ และมีสิทธิ์ขอรับการพิจารณาทุน กยศ./กรอ. | ผนวก ง ระบุประมาณการค่าใช้จ่ายชุดเดียวกับทุนส่วนตัวข้างต้น (82,800 / 76,800 / 75,260 / 77,050 บาท); เมื่อจบต้องปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลศิริราชตามที่คณะฯ กำหนด (ทุนของมูลนิธิฯ เป็นไปตามที่มูลนิธิกำหนด); ผู้สมัครไม่ต้องเลือกทุนตอนสมัคร วิทยาลัยจัดลำดับทุนตามคะแนนวิชาการ |
| กองทัพบก: ทุนกองทัพบก (20 คน) | เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และอาภรณ์ภัณฑ์ตามที่กองทัพบกกำหนด; เมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ | ประมาณการค่าธรรมเนียมการศึกษาชั้นปี 1–4: 14,000 / 14,000 / 14,000 / 9,500 บาท รวม 51,500 บาท + ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดตามประกาศของวิทยาลัย (เครื่องแต่งกาย ตรวจภูมิคุ้มกัน/ฉีดวัคซีน อาหาร ค่าประกันของเสียหาย ฯลฯ) ประมาณ 30,000 บาท; ต้องมาทำสัญญาด้วยตนเองพร้อมบิดา-มารดา/ผู้ปกครอง และผู้ค้ำประกัน (พร้อมคู่สมรสของผู้ค้ำประกัน ถ้ามี) เพื่อรับทราบและปฏิบัติตามพันธกรณีในสัญญา |
| กองทัพบก: ทุนส่วนตัว (60 คน) | มีสิทธิ์ได้รับการกู้ยืมเงิน กยศ. หรือ กรอ. | ประมาณการค่าธรรมเนียมการศึกษาชั้นปี 1–4: 51,900 / 48,100 / 46,500 / 42,100 บาท รวม 188,600 บาท + ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประมาณ 60,000 บาท; แบ่งชำระได้ตามภาคการศึกษา และวิทยาลัยจะแจ้งรายการที่ต้องชำระในวันทำสัญญาอีกครั้ง (ประมาณการเบื้องต้น สงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลง) |
| กองทัพบก: ทุนองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ไม่เกิน 10 คน ในโควตาทุนส่วนตัว) | ได้รับทุนอุดหนุนตามระเบียบองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ว่าด้วยการให้ทุนนักศึกษาพยาบาล พ.ศ. 2563 | ต้องทำสัญญาทุนส่วนตัวกับวิทยาลัยก่อน แล้วจึงทำสัญญากับองค์การฯ; ได้รับการบรรจุปฏิบัติงานตามข้อผูกพันในสัญญากับองค์การฯ |
| ตำรวจ (ทุนส่วนตัวทั้งหมด) | นักศึกษาที่ผลการเรียนดี ความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาทุนการศึกษาของวิทยาลัย และมีสิทธิ์กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาตามนโยบายของรัฐบาล | จบแล้วไม่มีผลผูกพันกับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ; เลือกรายงานตัวมอบตัวได้เพียง 1 โครงการ เปลี่ยนโครงการภายหลังไม่ได้; เมื่อมอบตัวและทำสัญญาแล้ว วิทยาลัยจะไม่ส่งรายชื่อไปพิจารณาให้หมดสิทธิ์คัดเลือกในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐอื่น; อัตราค่าลงทะเบียนดูจากประกาศของวิทยาลัย |
6) คะแนนโบนัส: เช็กสิทธิ์ครอบครัวก่อนสมัคร
- กองทัพบก (ผนวก ข ประกาศ 5 มิ.ย. 2568): ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร (รด.) ชั้นปีที่ 1–5 เพิ่ม 3 / 4 / 5 / 6 / 7% ของคะแนนเต็ม (คิดเฉพาะชั้นปีที่ได้มากที่สุด); บุตรข้าราชการสังกัดกลาโหมหรือตำรวจที่รับราชการไม่น้อยกว่า 15 ปีหรือได้รับเหรียญจักรมาลา เพิ่ม 4%, ไม่น้อยกว่า 10 ปี เพิ่ม 3%, ไม่น้อยกว่า 5 ปี เพิ่ม 2%; กรณีบุตรของผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วงรบ/สงคราม/สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่นับเวลาราชการทวีคูณได้ เพิ่ม 5%; บุตรผู้ประสบอันตรายจนทุพพลภาพหรือเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพิ่ม 6%; สูงสุด 10% มี 2 กรณี คือ (1) ข้อ 1.4 วรรคสอง: บุตรของผู้ประสบอันตรายขณะปฏิบัติราชการจนบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งได้รับบำเหน็จบำนาญพิเศษตามที่กำหนด หรือเป็นบุตรของผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญ หรือเข็มกล้าหาญ (หลักฐานตามข้อ 3.4 ระบุกรณีปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการ) และ (2) ข้อ 1.5: บุตรของผู้ปราบปรามโจรผู้ร้ายจนถึงแก่ทุพพลภาพหรือถึงแก่ชีวิต ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับรอง; ต้องส่งหลักฐานทางไปรษณีย์ (จ่าหน้าซองมุมล่างว่า “คะแนนเพิ่มพิเศษสอบ นรพ.”) ตั้งแต่วันชำระค่าสมัครจนถึง 22 เม.ย. 2569 โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทาง
- ทหารอากาศ (ผนวก ข): 4% (บุตรข้าราชการกลาโหม/ตำรวจที่รับราชการติดต่อกันไม่น้อยกว่า 15 ปี หรือได้รับเหรียญจักรมาลา), 5% (บุตรของผู้ที่มีเวลาราชการ 15 ปีขึ้นไปและปฏิบัติหน้าที่ช่วงรบ สงคราม หรือประกาศสถานการณ์ตามที่กำหนด) และ 10% มี 2 กรณี (ข้อ 3: บุตรของผู้ประสบอันตรายจนทุพพลภาพหรือเสียชีวิตขณะปฏิบัติราชการตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือบุตรของผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญ หรือเข็มกล้าหาญ; ข้อ 4: บุตรของผู้ช่วยราชการปราบปรามโจรผู้ร้ายจนถึงแก่ทุพพลภาพหรือถึงแก่ชีวิต ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับรอง); คะแนนเต็ม 100 = วิชาการ 80 + ความถนัด 10 + สัมภาษณ์ 10; ได้เพียงกรณีที่คะแนนมากที่สุดข้อเดียว
- ตำรวจ (เฉพาะโครงการบุตรข้าราชการตำรวจ 14 ที่นั่ง): เพิ่ม 5 คะแนน (บุตรของตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบที่ระบุ), 4 คะแนน (บุตรของตำรวจที่ถึงแก่กรรมหรือทุพพลภาพจากการปราบปรามโจรผู้ร้าย ผู้ก่อการร้าย หรือผู้ก่อความไม่สงบ), 3 คะแนน (บุตรของผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญขึ้นไป), 2 คะแนน (ตำรวจหรือบุตรตำรวจที่เป็น/เคยเป็นครู-อาจารย์ในสถาบันการศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ), 1 คะแนน (บุตรของตำรวจประจำการหรือนอกประจำการที่ได้รับบำเหน็จ/บำนาญ หรือเป็นตำรวจปัจจุบัน) ได้เพียงกรณีที่สูงสุดข้อเดียว และต้องส่งเอกสารทาง EMS ภายใน 22 เม.ย. 2569
- ทหารเรือ: พิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนสัมภาษณ์ (สัมภาษณ์คิดเป็น 10%) สำหรับบุตรข้าราชการและพนักงานสังกัดกองทัพเรือที่มีเวลารับราชการติดต่อกันไม่น้อยกว่า 15 ปี และบุตรของผู้ได้รับปูนบำเหน็จพิเศษตามเงื่อนไขในข้อ 5.4 ของระเบียบ
7) เอกสารและเงื่อนไขที่หลายคนมองข้าม
- เอกสารสัญชาติของครอบครัว: กองทัพบกกำหนดสัญชาติไทยโดยการเกิด; ทหารเรือและทหารอากาศกำหนดบิดา-มารดาสัญชาติไทยโดยกำเนิด หากปู่ ย่า ตา หรือยายไม่ใช่สัญชาติไทย ต้องใช้สูติบัตรของบิดา-มารดา หรือหนังสือรับรองจากที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต ว่าบิดา-มารดาเกิดในประเทศไทย (ทหารเรือต้องใช้ทะเบียนบ้านบิดา-มารดาที่ระบุสัญชาติของปู่ ย่า ตา ยาย)
- กองทัพบก (ข้อ 9 หลังประกาศรายชื่อ 6 พ.ค.): บัตรประจำตัวผู้สมัครที่พิมพ์จาก www.rtanc.com, รูปถ่ายหน้าตรง 1 นิ้ว 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน), ใบระเบียนแสดงผลการเรียนหรือหนังสือรับรองการศึกษา ม.ปลาย (ออกให้ไม่เกิน 60 วัน), สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดาและมารดาผู้ให้กำเนิด, สูติบัตรหรือหนังสือรับรองการเป็นบุตร, ใบมรณบัตรที่ระบุสัญชาติ (กรณีบิดา/มารดาถึงแก่กรรม) และหลักฐานเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี); ผู้สมัครที่เป็นบุตรบุญธรรมต้องมีหลักฐานเพิ่มตามที่ระเบียบกำหนด
- เอกสารเฉพาะกรณี (ตามระเบียบทหารเรือ): ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนรับรองบุตร ใบมรณบัตร เอกสารแต่งตั้งผู้ปกครองจากศาล หลักฐานเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และเอกสารประกอบสิทธิคะแนนพิเศษ; ทหารอากาศต้องใช้ ปพ.1 แสดงผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 6 ภาคเรียน ที่ประทับตราโรงเรียนและผู้มีอำนาจลงนาม
- ตำรวจ (โครงการบุตรข้าราชการตำรวจ 14 ที่นั่ง): ตามข้อ 6 ของประกาศต้องส่งใบสมัคร สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร และหนังสือรับรองการเป็นบุตรโดยกำเนิดของข้าราชการตำรวจตามแบบฟอร์มที่ 1 ซึ่งรับรองโดยผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดระดับกองกำกับการ/สถานีตำรวจขึ้นไป พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจของผู้รับรอง (ผู้ใช้สิทธิ์คะแนนพิเศษต้องส่งเอกสารทาง EMS ภายใน 22 เม.ย. 2569); ส่วนโครงการบุคคลทั่วไปไม่ต้องส่งเอกสารตอนสมัคร แต่ให้เตรียมไว้นำมาส่งในวันตรวจสอบเอกสาร
- ขอเอกสารล่วงหน้า (คำแนะนำ ไม่ใช่ข้อกำหนดของระเบียบ): บางฉบับต้องขอจากอำเภอหรือสำนักงานเขต ควรเริ่มก่อนปิดรับสมัคร; หากเอกสารไม่ครบหรือไม่เป็นความจริง อาจถูกตัดสิทธิ์หรือพ้นสภาพนักเรียนภายหลัง
- งบประมาณช่วงสมัคร (ปี 2569): ค่าสมัคร กองทัพบก 350 บาท, ทหารเรือ 350 บาท, ทหารอากาศ 400 บาท, ตำรวจ 500 บาท; ค่าตรวจสุขภาพและทดสอบสุขภาพจิตทหารเรือ 1,155 บาท; ค่าตรวจร่างกายทหารอากาศ 1,170 บาท; รวมค่าเดินทางและที่พักสำหรับผู้ที่ต้องเข้ากรุงเทพฯ (ทหารเรือบางวันรายงานตัวตั้งแต่ 06.00 น.)
8) เช็กลิสต์เตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้
- วันนี้: วัดส่วนสูง น้ำหนัก และคำนวณ BMI จริง แล้วเทียบกับตารางในหัวข้อที่ 4; ตรวจสอบอายุตามเกณฑ์ของแต่ละสถาบัน (ทหารอากาศไม่เกิน 22 ปี)
- เริ่มซ้อมร่างกาย: กองทัพบกทดสอบดันพื้น กระดานคว่ำ และวิ่ง 2 กม. (ทุนกองทัพบกต้องผ่านร้อยละ 50); ทหารอากาศวิ่ง 800 เมตร ชายภายใน 6.51 นาที หญิงภายใน 8.53 นาที
- ต.ค. – พ.ย. 2569: ลงทะเบียน TCAS70 (เปิดแล้วตั้งแต่ 15 ก.ค. 2569) และสมัครสอบ TGAT ให้ทันวันที่ 4–10 พ.ย. 2569 (สอบด้วยกระดาษเท่านั้น)
- ม.ค. – มี.ค. 2570: สมัครสอบ A-Level 14–20 ม.ค. 2570; สอบ TGAT 30 ม.ค. 2570; สอบ A-Level 13–14 มี.ค. 2570 (ชีววิทยา ฟิสิกส์ ภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ภาษาอังกฤษ เคมี)
- ตรวจช่วงปีเกิดที่กำหนดใหม่ทุกปี: กองทัพบกและทหารเรือกำหนดอายุ 18–25 ปีโดยนับจากปี พ.ศ. ที่เกิด (ปี 2569 คือผู้เกิด พ.ศ. 2544–2551) ช่วงปีเกิดจึงเปลี่ยนตามปีการศึกษา ให้ตรวจช่วงปีเกิดในประกาศปี 2570 อีกครั้ง
- เตรียมเอกสารครอบครัวและ ปพ.1: โดยเฉพาะเอกสารสัญชาติและเอกสารสิทธิคะแนนพิเศษ (ถ้ามี)
- ม.ค. – เม.ย. 2570 (คาดการณ์ตามรูปแบบปี 2569): ตำรวจเปิดกลางเดือนมกราคม กองทัพบกและทหารอากาศเปิดกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทหารเรือเปิดปลายเดือนกุมภาพันธ์ ติดตามประกาศจริงจากเว็บไซต์ทางการ
- หลังปิดรับสมัคร: เตรียมพร้อมตรวจร่างกาย ทดสอบสุขภาพจิต และสัมภาษณ์ ตอบตามความเป็นจริงและเตรียมเหตุผลที่อยากเป็นพยาบาลทหารหรือพยาบาลตำรวจ
- ตัวเลขจำนวนรับ เกณฑ์คะแนน ค่าใช้จ่าย และกำหนดการทั้งหมดเป็นข้อมูลจากประกาศ/ระเบียบ ปีการศึกษา 2569 ใช้เป็นแนวทางเตรียมตัวเท่านั้น จากที่ตรวจสอบ ณ 21 ก.ย. 2569 ยังไม่พบประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2570 อย่างเป็นทางการของทั้ง 4 สถาบัน
- เกณฑ์และกำหนดการเปลี่ยนได้ เช่น เว็บไซต์ทางการของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกประกาศเปลี่ยนวันประกาศผลผู้มีสิทธิ์ทำสัญญาปี 2569 จาก 27 พ.ค. เป็น 24 พ.ค. และวันเปิดรับสมัครของทหารเรือเปลี่ยนจาก 20 ม.ค. (ปี 2568 ตามที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานกองทัพเรือ) เป็น 23 ก.พ. (ปี 2569) และระเบียบทหารเรือระบุว่ากำหนดการอาจเปลี่ยนแปลง
- ตรวจสอบระเบียบการฉบับจริงทุกครั้งที่ประกาศออก: กองทัพบก rtanc.ac.th / rtanc.com, ทหารเรือ rtncn.ac.th, ทหารอากาศ ncrtaf-recruit.com และ nc.rtaf.mi.th, ตำรวจ nursepolice.go.th และ nursepolice.thaijobjob.com, ปฏิทินสอบ mytcas.com
อ่านเจาะลึกรายสถาบัน
- 5 เรื่องต้องรู้ก่อนสมัคร “พยาบาลตำรวจ”
- 10 เรื่องต้องรู้ก่อนเข้าสู่สนามชิงทุน “พยาบาลกองทัพบก”
- 6 เรื่องต้องระวัง ถ้าหวังทุนพยาบาลทหารอากาศ 2570
- เคล็ด(ไม่)ลับ 6 ข้อ พิชิตที่นั่งพยาบาลทหารเรือ ปีการศึกษา 2570
ที่มา: ประกาศวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก เรื่อง การรับสมัครและคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนพยาบาลกองทัพบก ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมผนวก ก–ค (ผนวก ข ประกาศ 5 มิ.ย. 2568) และระเบียบการรับสมัครนักเรียนพยาบาลกองทัพบก รุ่นที่ 63 ปีการศึกษา 2569 (53 หน้า รวมผนวก ก–จ); ระเบียบการรับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือน หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 56 วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ปีการศึกษา 2569 พร้อมผนวก ก–จ; ระเบียบการรับสมัครและวิธีการรับสมัคร วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ ปีการศึกษา 2569 พร้อมผนวก ก–จ; ประกาศวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ปีการศึกษา 2569 (โครงการบุคคลทั่วไป และโครงการบุตรข้าราชการตำรวจและผู้มีคุณสมบัติ) พร้อมผนวก ก; ปฏิทินสอบ TCAS70 (TGAT/TPAT และ A-Level) ที่ ทปอ. เผยแพร่บน mytcas.com